รีเซต

ผลการค้นหา “Kiseki 奇跡 ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
รีวิวหนัง  IT Chapter 2 โผล่จากนรก2
อ่าน

รีวิวหนัง IT Chapter 2 โผล่จากนรก2

เครดิตภาพ WarnerBrosหนังเล่าเรื่องต่อจากภาคที่แล้วประมาณ27 ปีหลังจากจบเรื่อง เหล่า แก๊งค์เด็กขี้แพ้ในวันนั้นพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว กลับมารวมตัวกันที่เมืองเดอร์รี่เพื่อจะสานต่อภารกิจเดิมเมื่อ27 ปีที่แล้วให้สำเร็จโดยการกำตัดตัวตลกเพนนีไวซ์ ที่กำลังจะกลับมาสร้างความเขย่าขวัญให้กับทุกคนในหมู่บ้านนี้ในส่วนของการดำเนินเรื่องหนังยังคงทำได้ดีและดีกว่าภาคแรกด้วยครับ หนังเน้นให้คนดูหลอนจากความกลัวมากกว่าที่จะอัดฉากตุ้งแช่ให้คนดูสะดุ้งจนหัวใจจะวาย แต่หนังค่อย ๆ ใส่ความหลอนเข้าผสมผสานกับฉากของเรื่องซึ่งทำออกมาได้หลอนและน่ากลัวมาก โดยเฉพาะช่วงฉากท่อระบายน้ำซึ่งชวนแหวะและขยะแขยงมาก และสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือสายใยของความเป็นเพื่อนรักที่แม้จะห่างหายกันไปนาน แต่เมื่อกลับมาเจอกันพวกเขาก็มีมิตรภาพที่ดีเหมือนเดิม ทำให้ผู้ชมที่มีความทรงจำที่ดีกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานมากและเคยอยู่ในสถานที่ที่มีความทรงจำร่วมกัน ก็อาจจะมีแอบซึ้งและอมยิ้มกันบ้าง เครดิตภาพ WarnerBrosหนังผสมผสานความหลากหลายอารมณ์เข้าด้วยกัน ฮา ยิ้ม เศร้า  คือครบมากทุกอารมณ์ แถมการตัดสลับฉากและการเดินเรื่องไม่แย่เท่าภาคแรกที่ตัดอารมณ์คนดูดื้อ ๆ ถือว่าภาคนี้เขาทำการบ้านมาดีอยู่ครับ แต่อย่าเพิ่งรู้สึกว่าระยะเวลาเกือบสามชั่วโมงของหนังเรื่องนี้จะทำให้คนดูรู้สึกอืดอาดยืดยาดหรือรู้สึกเบื่อนะครับ เลิกคิดไปได้เลยเพราะหนังเดินเรื่องได้น่าตื่นเต้นและน่าค้นหาไปกับปมและเหตุการณ์ต่าง ๆส่วนตัวปิศาจอย่าง เพนนีไวซ์กลับมาภาคนี้หลอนหนักกว่าเก่า น่ากลัวและน่าเกียจกว่าภาคที่แล้วเยอะครับ และความแหวะที่แหวะจริงจังขนาดนี้ สาวกหนังสายแหวะคงปลื้มกันน่าดูเลย แต่ก็จะมีบางกลุ่มที่ไม่ชอบอะไรแหวะ ๆ ก็อาจจะไม่ชอบหรือไม่โอเคก็พาร์ทนี้ไปเลย ความฮึกเหิมในช่วงท้ายที่เหล่ากลุ่มเพื่อนรวมใจกันกลับมาต่อสู้เจ้าเพนนีไวซ์อีกครั้ง และช่วงฉากระทึกนี้ก็เล่นกับอารมณ์ของคนดูได้อย่างมีจังหวะจะโคลน มีบางช่วงที่หายใจไม่ทั่วท้องก็เป็นมาแล้วคะแนนเนื้อเรื่อง 9/10 ภาคนี้เป็นการสื่อสารและสะท้อนเรื่องราวของความเป็นเพื่อนรัก โดยหนังเดินเรื่องตามกฎเกณฑ์เดิมของภาคแรกเลยคือเจ้าปิศาจเพนนีไวซ์ที่จะต้องโผล่ออกมาทุก ๆ 27 ปีนั่นเองเครดิตภาพ WarnerBrosข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์1. สามัคคีคือพลัง เมื่อพวกกลุ่มขี้แพ้มารวมตัวกันเพื่อปราบปิศาจร้ายในวัยที่โตขึ้น แม้ว่าปิศาจจะมีพลังมากมายแค่ไหนก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ในช่วงวัยเด็กที่พวกเขาไม่มีความสามารถพอที่จะต่อกรกับปิศาจได้ แต่ด้วยความต้องการที่มุ่งมั่น พวกเขาจึงกลับกันมาที่เมืองนี้และทำเป้าหมายให้สำเร็จ2. ความน่ากลัวและความน่าขยะแขยงของปิศาจ ภาคนี้หนังทำให้ปิศาจเพนนีไวซ์ดูน่ากลัวและน่ารังเกียจมากกว่าเก่า เพราะด้วยพาร์ทความเป็นผู้ใหญ่ของนักแสดงนำ ที่จะให้มาเผชิญกับปิศาจหน่อมแหน้มก็คงไม่ใช่หากใครที่เคยชมภาคแรกมาก่อน แนะนำว่าภาคนี้ก็ห้ามพลาดเลยนะครับ เพราะถือว่าเป็นการก้าวกระโดดของวัยนักแสดงในเรื่อง รวมถึงปิศาจเองก็ร้ายกาจและน่ากลัวขึ้นเช่นกันเครดิตภาพปก WarnerBros

รู้จัก พี เอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu
อ่าน

รู้จัก พี เอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu

     มาใหม่มาแรงมาก ๆ สำหรับซีรีส์บอยเลิฟสุดฟิน อย่างซีรีส์เรื่อง “Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2” จากโปรเจกต์Viu Original จากทางค่ายผู้ผลิต 9NAA PRODUCTION (ก้าวหน้า โปรดักชั่น) ที่บอกเลยว่าดุ เดือด เผ็ดไม่ไหว! บอกเล่าเรื่องราวของเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ ที่จุดเริ่มต้นเกิดที่สวนสาธารณะในกรุงโตเกียวที่เต็มไปด้วยบรรยากาศความสดชื่นของธรรมชาติ💝 นอกเหนือจากนี้แล้วก็ยังได้พระเอกหนุ่มหล่อหน้าสวยอย่างหนุ่ม “พี เอกภพ ต๊ะตา” วันนี้เราเลยอยากจะชวนเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับหนุ่มคนนี้ผ่านทาง ‘รู้จัก พีเอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu’พี เอกภพ      ชื่อของหนุ่มคนนี้คือ “พี เอกภพ ต๊ะตา” เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ส่วนสูง 175 เซนติเมตร การศึกษา ปริญญาตรี สาขาผู้ประกอบการธุรกิจ มหาวิทยาลัย STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITY และจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิศวะยานยนต์ มหาวิทยาลัย NAKANIHON AUTOMOTIVE COLLEGE ทำให้หนุ่มพีมีทักษะการพูด สื่อสาร เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น https://www.instagram.com/p/CySOQDxvA8d/?igsh=MmI5cWEyOGxmYzVy      โดยหนุ่มพี เอกภพ เข้าสู่วงการบันเทิงเป็นครั้งแรกจาก การถ่ายแบบ เดินแบบ เป็นนายแบบ อีกทั้งเขายังมีการไปแคสโฆษณา และได้เล่นโฆษณาหนึ่งตัว จนต่อมาก็ได้มาแคสบทบาทนักแสดงกับทางบริษัท ๙ หน้า โปรดักชั่น จำกัด และตอนนั้นเขาก็ตัดสินใจว่าหากไม่ผ่านอีกก็จะหยุดเดินสายแล้ว และต่อมาหนุ่มพีก็ได้ผ่านเข้ารอบ และได้ขึ้นมาเป็นพระเอกซีรีส์วายครั้งแรกกับซีรีส์เรื่อง KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viuhttps://www.instagram.com/p/C1Br3hrryi5/?igsh=MTNmYnM1Z2diaTBvaQ==     ในซีรีส์เรื่อง Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2 หนุ่มพีแสดงเป็น “พี” หนุ่มคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เป็นเพื่อนซี้ของบีบอย เขามีอุปนิสัยตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ ไม่ค่อยยอมใคร ดูภายนอกดุ ๆ ดูเย็นชา แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนที่ใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น โดยหนุ่มพีก็แสดงคาแรคเตอร์ของพีออกมาได้เป็นอย่างดี มีความหล่อ เท่ มีสไตล์ที่แบบชัดเจนมาก ไม่เพียงเท่านั้นฉากเลิฟซีรกับหนุ่มป้าน จิรโชติ บอกเลยว่าเอาใครหลายคนซู้ดปากอย่างแน่นอนค่า! ถือว่าเป็นการแสดงครั้งแรกที่หนุ่มพีสุดยอดมาก อีกทั้งด้วยความที่หนุ่มพีมีความสามารถในการพูดภาษาญี่ปุ่น ทำให้บทบาทที่เขาได้รับสมบูรณ์แบบมากจริง ๆ ค่ะ 10/10 ไปเลยค่ะKiseki 奇跡 ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2 | Official Trailer VER2 [EngSub]https://m.youtube.com/watch?v=YpkPj2_OyBYhttps://www.instagram.com/p/Czgm0kpP2D2/?igsh=MXNrdTZ3YXlrMTRjdg==https://www.instagram.com/p/C4kwbUmPkLG/?igsh=djdhMzFpeWlpb25i      อุปนิสัยของหนุ่มพีคือเขาเป็นหนุ่มหล่อ น่ารัก สดใส ร่าเริงมาก มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเสมอ เขาเฟรนลี่ เอาใจใส่กับแฟนคลับมาก หนุ่มพีเป็นคนชอบเที่ยว ชอบการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการต่อยมวย ฟิตเนส ทำให้เขามีหุ่นที่ดีมาก ๆ เป็นทาสหมาhttps://www.instagram.com/p/CsFuIFcP03H/?igsh=ZW1mMXFvb3ozdWFjช่องทางการติดตามพี เอกภพInstagram : @ekkapopppFacebook : TaTa Ekkapopก็จบลงไปแล้วนะคะสำหรับ รู้จัก พี เอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu ต้องบอกเลยค่ะว่าเป็นหนุ่มหล่อหน้าสวยที่ปังมาก เก่งเรื่องของการแสดง ฉากแซ่บก็คือแตกแตนเป็นไวรัลมาก💗💖🫶🏻 โดยเพื่อน ๆสามารถติดตามซัพพอร์ตหนุ่มพี เอกภพ ได้ทาง Instagram : @ekkapoppp ได้เลยค่า! และรับชมซีรีส์เรื่อง Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter 2 ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.00 น. เริ่ม 17 มีนาคม 2567 นี้ ทาง Viu เท่านั้นจ้า ^^ เครดิตภาพหน้าปกโดย @ekkapopppภาพหน้าปก1 / ภาพหน้าปก2 / ภาพหน้าปก3เครดิตภาพประกอบบทความโดย @ekkapopppภาพที่1 / ภาพที่2 / ภาพที่3 / ภาพที่4 / ภาพที่5 เครดิตวิดีโอประกอบบทความโดย 9NAA ChannelKiseki 奇跡 ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2 | Official Trailer VER2 [EngSub]บทความที่น่าสนใจ : https://intrend.trueid.net/post/436319เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

รีวิวหนังเรื่อง IT chapter I (2017)
อ่าน

รีวิวหนังเรื่อง IT chapter I (2017)

หนังเล่าเรื่องถึงหมู่บ้านๆหนึ่ง ที่ในหมู่บ้าน ทุกๆหนึ่งปี จะมีเด็กที่อายุน้อยกว่า 13 ปี หายตัวไปทุก 13 ปี จนเป็นข่าวดังมากกว่าสิบถึงยี่สิบคน โดยที่ผู้ใหญ่ทุกคนในหมู่บ้านรู้ว่าเป็นฝีมือของมัน แต่ไม่มีใครคิดจะสนใจหนังเริ่มต้นด้วยน้องชายของบิลลี่ จอร์จี้ เดนไบร์ท หายตัวไปในวันที่ฝนตก จอร์จี้อายุหกขวบ มาชวนพี่ชายออกไปเล่นข้างนอก แต่เพราะฝนตกและอยู่ในเวลาเช้า บิลลี่อยากจะนอนต่อเลยไล่ให้จอร์จไปเล่นข้างนอกคนเดียว ตั้งแต่นั้นมา จอร์จก็หายตัวไป และนับจากวันนั้น บิลลี่ก็โทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้จอร์จ น้องชายของเขาหายตัวไปมาตลอดมีเด็กหายไปจากเมืองนี้ทุกๆ 20 ปี แต่ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนในหมู่บ้านคิดจะออกตามหาเพราะรู้ว่าเป็นฝีมือของมัน แม้แต่จอร์จี้ที่หายตัวไปก็เป็นฝีมือของมัน โดยมันจะกินชีวิตของเด็กๆ โดยอาศัยความกลัวเป็นตัวหลอกล่อ พวกมันอยู่ได้เพราะความกลัวของเด็กๆ อาศัยความกลัวของเด็กๆ แปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ที่อยู่ในจิตใจของคนๆนั้นเพื่อสร้างความหวาดกลัวและมอบความตายให้... มันมีความสามารถหลายๆอย่าง และมันมักจะโผล่มาในรูปแบบของตัวตลก ถือลูกโป่งสีแดง ใช้โทนเสียงตลกๆ บิลลี่มีเพื่อนเป็นกลุ่มลูซเซอร์อยู่กลุ่มหนึ่ง ซึ่งในกลุ่มนั้นประกอบไปด้วยเพื่อนสนิทสี่คนของบิลลี่และเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ทุกคนในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่โดนเพื่อนที่โรงเรียนแกล้ง และเพื่อนกลุ่มนี้ก็พยายามสืบหาการหายตัวไปของน้องชายเพื่อน จอร์จี้ เพราะไม่อยากให้บิลโทษตัวเองมากเกินไป จนไปเจอกับมันเข้า หนังเรื่อง it เป็นผลงานการเขียนของสตีเฟน คิง รีเมคเป็นภาพยนต์มาหลายเวอร์ชันแล้ว ตั้งแต่ปี 90s จนมาถึงปีที่ 2017 เป็นหนังสือที่สตีเฟน คิง ใช้เวลาเขียนถึง 5 ปี กว่าจะจบ นับว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก สำหรับหนังสือเล่มหนึ่่งโดยส่วนตัวผู้เขียนไม่เคยอ่านหนังสือของสตีเฟนคิงมาก่อน แต่เคยดูหนังสยองขสัญของสตีเฟนคิงมาบ้าง ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าผู้เขียนเกลียดตอนจบค่ะ แต่หนังเรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวังเลย ทั้งความสามารถของมันที่จะหลอกให้เด็กๆกลัว มิตรภาพของกลุ่มลูซเซอร์ และการถ่ายภาพและการเล่าเรื่อง ใครเป็นแฟนคลับน้องฟินน์ จาก The strange thing ที่เป็นผลงานของ netflix อย่าพลาดเรื่องนี้นะคะ น้องฟินน์ไม่ทำให้ผิดหวังเลยค่ะ ส่วนตัว ผู้เขียนเคยดู The strange thing มาก่อน แต่เพราะว่าไม่ใช่แนว ก็เลยเทไป แต่เรื่องนี้น้องฟินน์ตกผู้เขียนไปเต็มๆ กลายเป็นแฟนคลับน้องฟินน์ไปเลยค่ะผู้เขียนขอให้คะแนนหนังเรื่องนี้ 10/10 ค่ะขอบคุณเครดิตรูปภาพ หน้าปกรูปภาพประกอบที่ 1-3 จากเว็บ https://www.facebook.com/ITMovie/photos

ไม่มีปาฏิหาริย์! โครเอเชีย ไม่มีอ่อยเฉือน ไอซ์แลนด์ 2-1 รั้งแชมป์กลุ่มเข้ารอบ 16 ทีม
อ่าน

ไม่มีปาฏิหาริย์! โครเอเชีย ไม่มีอ่อยเฉือน ไอซ์แลนด์ 2-1 รั้งแชมป์กลุ่มเข้ารอบ 16 ทีม

เกมนี้มีผลสำหรับทั้งสองทีม โดยทาง โครเอเชีย ต้องการชัยชนะเพื่อทำสถิติชนะรวดในรอบแรก ส่วนไอซ์แลนด์ ต้องการชัยชนะเพื่อโอกาสในการลุ้นเข้ารอบ แต่เกมนี้สู้ความเคี่ยวของ โครเอเชีย ไม่ได้ ไอซ์แลนด์พ่ายแพ้ไป 2-1 ตกรอบเรียบร้อย AP Photo/Natacha Pisarenko ชมคลิปไฮไลท์สำคัญ ฟุตบอลโลก 2018 ล่าสุด ทุกคู่ ได้ที่นี่ คลิก !! การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 นัดที่สาม ของกลุ่ม D คู่ระหว่าง ไอซ์แลนด์ พบกับ โครเอเชีย สำหรับทีมตราหมากรุกเข้ารอบไปแล้ว ส่วนมนุษย์น้ำแข็งยังมีโอกาสลุ้นเข้ารอบได้หากชนะในนัดนี้ สำหรับ กุนซือไอซ์แลนด์ ไฮย์เมียร์ ฮัลล์กริมส์สัน จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 จัดผู้เล่นมาในชุดที่ดีที่สุด ส่วนทาง ซลัตโก ดาลิช กุนซือโครเอเชีย จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 เช่นกัน เปลี่ยนผู้เล่นถึง 9 ตำแหน่ง แต่มีชื่อของ ลูก้า โมดริช กองกลางระดับโลกมาด้วย เริ่มเกม ไอซ์แลนด์ เป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่นบุกจากซ้ายไปขวามาในชุดสีขาว ส่วนโครเอเชียมาในชุดเยือนสีกรมท่า เวลาผ่านไป 10 นาที เบียร์เคียร์ บียาร์นาสัน ได้รับบาดเจ็บ โดนศอกของ มาร์โก ปาก้า เข้าไปเต็มๆ บริเวณใบหน้า ทำให้เกมหยุดไปพักนึง และ ปาก้า โดนใบเหลืองไปด้วย AP Photo/Mark Baker นาทีที่ 26 ไอซ์แลนด์ ได้โจมตีจากลูกทุ่มไกลของ อารอน กุนนาร์สัน และเป็น แม็กนุสสัน โหม่งเสยไปเสาสอง แต่ไม่มีผู้เล่นของไอซ์แลนด์เข้าไปถึงบอล นาทีที่ 29 ไอซ์แลนด์ ได้ฟรีคิกระยะหวังผล กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ตัดสินใจยิงไปที่เสาแรกแต่บอลไปเข้ามือ ลอฟเร คาลินิช ผู้รักษาประตูโครเอเชีย นาทีที่ 40 ไอซ์แลนด์ มีลุ้นประตูขึ้นนำ จากความผิดพลาดของโครเอเชีย ฟินน์บอกาสัน ตัดบอลมาได้ทำชิงหนึ่งสองกับ กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน รับบอลกลับมาปั่นด้วยขวาบอลเกือบเข้ากรอบ AP Photo/Natacha Pisarenko นาทีที่ 41 โครเอเชีย ต่อบอลกันขึ้นมาเรื่อยๆ เข้ามาบริเวณกลางสนาม โมดริช พลิกบอลมีช่องลองซัดไกลก็ไม่ตรงกรอบ นาทีที่ 45+1 ไอซ์แลนด์ บุกขึ้นมาอีกชุดหนึ่งทางฝั่งขวา จ่ายยัดกลางมาให้ กุนนาร์สสัน ปั่นด้วยขวา ลอฟเร คาลินิช ออกแรงบินปัดอีกครั้ง AP Photo/Vadim Ghirda ชมคลิปไฮไลท์สำคัญ ฟุตบอลโลก 2018 ล่าสุด ทุกคู่ ได้ที่นี่ คลิก !! เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น ยังเป็น ไอซ์แลนด์ ที่ขึงเกมรุกใส่ทางด้าน โครเอเชีย นาทีที่ 53 โครเอเชีย บุกขึ้นมาทางฝั่งซ้าย โจซิป ปิวาริช เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษและเป็น มิลาน บาเดลจ์ วิ่งเข้ามาซัดวอลเลย์บอลเสียบตาข่าย พาทีมขึ้นนำไป 1-0 AP Photo/Natacha Pisarenko นาทีที่ 54 ไอซ์แลนด์ ได้โจมตีจากการทุ่มไกลของ กุนนาร์สสัน อีกครั้งและบอลลอยอยู่หน้าประตูไปเข้าทาง สเวอร์เรียร์ อินกาสัน โขกเต็มๆ ไปเสาสอง ลอฟเร คาลินิช ต้องปัดบอลทิ้งข้ามคานออกไป นาทีที่ 64 อัลเฟรด ฟินน์บอกาสัน โดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าชาร์จไม่โดนบอลแต่ไปโดน ลอฟเร คาลินิช นายทวารโครเอเชีย นาทีที่ 74 ไอซ์แลนด์ ได้ลูกโทษที่จุดโทษจากลูกแฮนด์บอลของ ลอฟเรน ที่เพิ่งลงสนามมาใหม่ และเป็น กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ยิงตีเสมอให้ ไอซ์แลนด์ เป็น 1-1 AP Photo/Natacha Pisarenko นาทีที่ 81 โครเอเชียเปลี่ยนตัวผู้เล่นส่ง อิวาน ราคิติช ลงมาเล่นแทน โควาซิช นาทีที่ 82 ไอซ์แลนด์ ได้ลูกฟรีคิก ซิเกิร์ดส์สัน เปิดบอลเข้าไป แต่ถูกทางด้าน ลอฟเร คาลินิช กระโดดทุบออกไปได้ นาทีที่ 84 โครเอเชีย โต้กลับมาแล้วได้ฟรีคิก อิวาน เปเรซิช รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้ายบอลพุ่งเกือบเสียบใต้คาน นาทีที่ 86 โครเอเชีย ได้ลูกฟรีคิก ราคิติช ซัดฟรีคิกบอลปั่นโค้งเกือบเสียบใต้คาน นาทีที่ 90 โครเอเชีย บุกขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง มิลาน บาเดลจ์ จ่ายบอลทะลุไปให้กับ  อิวาน เปริซิช หลุดเข้ามาซัดด้วยซ้ายบอลตุงตาข่าย พาทีมขึ้นนำ 2-1 ชมคลิปไฮไลท์สำคัญ ฟุตบอลโลก 2018 ล่าสุด ทุกคู่ ได้ที่นี่ คลิก !! รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง มีดังนี้ ทีมชาติไอซ์แลนด์ : ฮันเนส ฮัลล์ดอร์สสัน (GK), เบียร์เคียร์ แซวาร์สสัน, แร๊กนาร์ ซิเกิร์ดส์สัน, สเวอร์เรียร์ อินกาสัน, โยฮัน กุ๊ดมุนด์สัน, เบียร์เคียร์ บียาร์นาสัน, กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน, อัลเฟรด ฟินน์บอกาสัน, ฮอร์เดอร์ แม็กนุสสัน, เอมิล ฮัลล์เฟรดสสัน, อารอน กุนนาร์สัน ทีมชาติโครเอเชีย :  ลอฟเร คาลินิช (GK), อิวาน เปริซิช, เวดราน ชอร์ลูก้า, มาเตโอ้ โควาซิช, อังเดร ครามาริช, ลูก้า โมดริช, ทิน เยดไว, ดูเย่ ชาเลต้า-ชาร์, มิลาน บาเดลจ์, มาร์โก ปาก้า, โจซิป ปิวาริช โปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2018 ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง เต็มแมตช์  สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าทรู ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก http://bit.ly/2HtYS2N ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก http://bit.ly/TrueIDSportsLive ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

Chapter 2: ความท้าทายวัดจากอะไร?
อ่าน

Chapter 2: ความท้าทายวัดจากอะไร?

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมผมถึงตั้งหัวข้อว่า "ความท้าทายวัดจากอะไร?" ซึ่งผู้เขียนได้ตั้งคำถามนี้มาจากตอนเริ่มทำงานบริหารโครงการ ว่าโครงการที่เรากำลังดูแลอยู่นั้น มีความท้าทายมากน้อยเพียงใด  อะไรจะเป็นตัวชี้วัด ผู้อ่านเคยสงสัยกันมั้ยครับว่าเราจะรู้ได้อย่างไร? ก่อนอื่นเลยผู้เขียนแนะนำให้ผู้อ่าน เริ่มอ่านจากบทที่ 1 (Chapter 1) ก่อนครับ เพื่อจะได้เข้าใจที่มาที่ไปก่อนว่า ความท้าทายที่ผู้เขียนจะกล่าวต่อไปคือ ความท้าทายของงานด้านการบริหารโครงการผ่านมุมมองจากประสบการณ์ตรงที่ผู้เขียนจะแบ่งปันเรื่องราว ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนนะครับ ไม่ได้อ้างอิงมาจากตำราฉบับไหนนะครับ ดังนั้นผู้อ่านอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างออกไปจากผู้เขียนก็เป็นได้ครับ ความท้าทายจากการทำงานมากับบุคลากรผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่าน ผู้เขียนได้เก็บเกี่ยวความคิดเห็นของแต่ละท่านซึ่งต้องขอขอบคุณบุคคลเหล่านั้นที่ผู้เขียนได้เคยร่วมงานกันมาและได้ผ่านประสบการณ์มากมายด้วยกัน ผู้เขียนได้กลั่นกรองความท้าทายออกมาเป็น 4 ข้อหลักในการชี้วัดว่า โครงการที่ท่านกำลังทำ หรือกำลังเริ่มต้นดำเนินการอยู่นั้น จะมีความยุ่งยากและท้าทายกับตัวท่านเองมากน้อยเพียงใด ซึ่งจำแนกออกได้ 4 หัวข้อ ดังต่อไปนี้ ลูกค้าใหม่หรือลูกค้าเก่าลูกค้านั้นสำคัญไฉน คำตอบคือสำคัญมากครับ หากโครงการที่ท่านกำลังดำเนินการอยู่นั้น เป็นกลุ่มลูกค้าเก่าขององค์กรท่าน ที่องค์กร ของท่านเอง อาจจะได้เคยทำโครงการกับลูกค้ากลุ่มนั้นมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย ก็จะทำให้การดำเนินการของโครงการนั้นลดความยุ่งยากลงไปได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว แต่ถ้าหากกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่หละก็ บอกได้เลยครับว่าระดับความปวดหัวจะเพิ่มขึ้นทวีคูณทันที เพราะท่านต้องทำความรู้จักลูกค้าใหม่หมด ต้องเข้าถึงลูกค้าให้ได้ ต้องวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าให้เป็น ไหนจะต้องสร้างสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าอีก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ ความซับซ้อนของงานความซับซ้อนของเนื้องาน บางครั้งอาจจะไม่ได้วัดกันที่มูลค่าของโครงการนะครับ บางโครงการมูลค่าอาจจะไม่สูงมาก แต่ความซับซ้อนอาจจะอยู่ในระดับที่ยาก ถึงยากสุดๆ ก็มีนะครับ ขึ้นกับเนื้องานของงานนั้นๆ ที่กำลังทำอยู่ ยกตัวอย่างคร่าวๆ ในแง่ของความซับซ้อนของเนื้องานนะครับ อย่างเช่น ความยุ่งยากของการออกแบบระบบ ความยุ่งยากของการออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรม ความยุ่งยากของการเชื่อมต่อระบบ ความซับซ้อนของเทคโนโลยีที่นำมาใช้ เป็นต้น พันธมิตรแน่นอนครับในงานบางโครงการ ท่านอาจจะไม่ได้ทำโดยลำพัง ซึ่งอาจจะต้องมีพันธมิตร (Partner) ซึ่งขอรวมถึง Vendor ที่ท่านต้องร่วมงานด้วยนะครับ ยิ่งถ้าโครงการไหน มี Partner ที่จำเป็นต้องเข้ามาร่วมกันลงมือทำโครงการนั้นมากกลุ่มเท่าไหร่ ก็จะเพิ่มความยุ่งยากมากขึ้นเท่านั้น หากท่านได้พันธมิตรที่มากความสามารถ สื่อสารรู้เรื่อง ทำงานเป็นระบบ และฉับไว นับเป็นโชคดีของท่านเลยครับ แต่ถ้าท่านได้พันธมิตรที่มีความสามารถก็จริง แต่สื่อสารไม่รู้เรื่อง ทำงานเป็นระบบบ้างไม่เป็นบ้าง และต้องคอยจิกคอยตามเป็นไก่ ความปวดหัวกุมขมับจะบังเกิดกับตัวท่านทันทีงบประมาณค่าใช้จ่ายหนึ่งในสุดยอดหัวใจสำคัญของการบริหารโครงการที่ผู้เขียนได้เคยเกริ่นไว้แล้วในบทที่ 1 ก็คือต้นทุน (Cost) หากโครงการนั้นมีงบประมาณ (Budget) ที่จำกัดแล้วหละก็ความยากและความเสี่ยงก็จะสูงตามเป็นเท่าตัว หากโครงการที่ท่านกำลังจะเริ่มดำเนินการ หรือกำลังดำเนินการอยู่นั้น มีต้นทุนที่สูงมากจนทำให้ margin ที่ได้อยู่ในระดับที่ต่ำจนมีความเสี่ยงที่จะติดลบนั้น ขอบอกเลยว่านี่มันนรกชัดๆ ท่านจะทำงานในระดับที่เรียกว่า ยากโคตรๆ อย่างแน่นอน การควบคุมปัจจัยต้นทุนในบางปัจจัยอาจจะควบคุมได้ยากมาก ทำให้ต้นทุนที่ประมาณการไว้ในตอนต้นอาจจะต่ำกว่าที่คาดไว้ ทำให้ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในต้นทุนส่วนนี้มากขึ้น จุดนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ และมีความเสี่ยงสูงมากหากต้นทุนที่ประมาณการไว้นั้น ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก และโครงการนั้นมีงบประมาณจำกัด บอกได้คำเดียวว่า ขอให้โชคดีครับบทสรุป Chapter 2ความท้าทายที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นมุมมองส่วนตัวจากประสบการณ์ของผู้เขียนนะครับ ซึ่งพยายามสรุปออกมาเป็น 4 หัวข้อหลักที่สำคัญ อันได้แก่ กลุ่มลูกค้า ความซับซ้อนของงาน พันธมิตร และงบประมาณค่าใช้จ่าย ผู้เขียนเองเคยทำงานโครงการที่มีด้านลบถึงสามในสี่หัวข้อเลยทีเดียวครับ นับว่าเป็นการทำงานที่ค่อนข้างท้าทายพอสมควรครับ แล้วผู้อ่านหละครับเคยประสบพบเจอความท้าทายมาแล้วกี่หัวข้อครับ?ภาพประกอบหน้าปก ภาพปก 1 โดย nappy จาก pexels.comภาพที่ 1 โดย Andrea Piacquadio จาก pexels.comภาพที่ 2 โดย Moose Photos จาก pexels.comภาพที่ 3 โดย Startup Stock Photos จาก pexels.comภาพที่ 4 โดย Andrea Piacquadio จาก pexels.comภาพที่ 5 โดย Pixabay จาก pexels.com   เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ดูดวง 12 ราศี ราศีใดเปลี่ยนจากเรื่องร้ายกลายเป็นเรื่องดีแบบปาฏิหาริย์ โดย อ.ดา (วริญฐ์ ฟินเวอร์)
อ่าน

ดูดวง 12 ราศี ราศีใดเปลี่ยนจากเรื่องร้ายกลายเป็นเรื่องดีแบบปาฏิหาริย์ โดย อ.ดา (วริญฐ์ ฟินเวอร์)

ดูดวง 12 ราศี ครั้งนี้ ใครที่กำลังเจอเรื่องเครียดต้องห้ามพลาดนะคะ เพราะอ.ดา วริญฐ์ ฟินเวอร์ มีคำทำนายดีๆ มาฝาก! ว่าราศีใด จะเปลี่ยนจากเรื่องร้ายกลายเป็นเรื่องดีแบบปาฏิหาริย์ เรื่องไม่ดีผ่านไป ได้เจอกับสิ่งใหม่ๆที่ดีขึ้นซะที! จะใช่ราศีคุณหรือเปล่านะ ดูดวง 12 ราศี ราศีใดเปลี่ยนจากเรื่องร้ายกลายเป็นเรื่องดีแบบปาฏิหาริย์ อันดับ 1 ราศีธนู ราศีพิจิก ราศีเมษ ราศีสิงห์ อันดับ 2 ราศีกรกฎ ราศีพฤษก ราศีมังกร ราศีมีน อันดับ 3 ราศีเมถุน ราศีกุมภ์ ราศีกันย์ ท่องคาถานี้ไว้นะจ๊ะกลับร้ายกลายเป็นดี คาถา พลิกชะตา (สำหรับคนดวงตก) ทำจิตให้เป็นสมาธิ ตั้ง นะโม 3 จบ นะโมพุทธายะ สิทธัง นะชาลีติ ประสิทธิลาภา ปะสันตะ จิตตา ศรัทธา โหนตุ ปิยังมะมะ สัพเพชะนา พะหูชะนา สัพเพทิสา สะมาคะตา กาละโภชนะ วิกาละโภชนา อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะ สีวะลีจะมหาเถโร สัพพะลาโภ นิรันตะรัง ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ. ------------------------------------------- ติดตามดวงรายวัน ดวงรายสัปดาห์ และ คอนเท้นต์ดวงต่างๆ ได้ที่ เพจ Facebook ดวง Live: https://www.facebook.com/duanglive หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี่ ดวงรายวัน ดวงรายสัปดาห์ ดวงรายปักษ์ ดวงรายเดือน เลขมงคล ฤกษ์มงคล

รีวิวซีรีส์ Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์(2024) Kiseki Series ทาง Viu #มีนาน่าดู
อ่าน

รีวิวซีรีส์ Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์(2024) Kiseki Series ทาง Viu #มีนาน่าดู

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวซีรีส์ของทาง Viu เรื่อง ฤดูปาฏิหาริย์ Kiseki Series ตอนละ 30 นาที มาวันแรกวันที่ 17 มีนาคม 2024 ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ นำแสดงโดยเอกภพ ต๊ะตา รับบท พี, จิรโชติ โชติทิฆัมพร รับบท ป้าน, นันทกร ศรีเงินทาบ รับบท บีบอย และฉัตริน โชติทิฆัมพร รับบท ปลายเป็นเรื่องราวของพีที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ประเทศญี่ปุ่น พีนั้นมีเพื่อนคือบีบอยที่มาเที่ยวญี่ปุ่น 5 วันจึงอาสาพาเพื่อนเที่ยว ทั้งคู่บังเอิญไปเจอกับป้านและปลายหนุ่มฝาแฝดที่กำลังอัดคลิปร้องเพลงเล่นกีตาร์กันอยู่ พีจึงหันมาบอกบีบอยว่าสองคนนั้นไม่มีมารยาทเพราะที่ญี่ปุ่นวันหยุดเขาจะพักผ่อนกัน ส่วนป้านก็กำลังบ่นปลายว่าถ่ายไม่สวย บีบอยที่กำลังเดินผ่านมาก็โดนพีว่าว่าชอบทำของตก เขาจึงพูดกับพีว่าถ้าเก่งนักทำไมไม่ทำเองทำให้ป้านเข้าใจผิดคิดว่าบีบอยว่าตนจึงเกือบจะมีเรื่องกัน แต่ต่อมาพวกเขาก็บังเอิญเจอกันที่ร้านขนม บีบอยจึงชวนป้านกับปลายมานั่งด้วยเพราะเห็นเป็นคนไทยด้วยกัน แต่พอบีบอยรู้ว่าป้านกับปลายไม่มีที่พักเพราะจองวันผิดก็เลยชวนทั้งคู่ไปนอนบ้านพี ตอนแรกพีก็ไม่เต็มใจแต่สุดท้ายก็ใจอ่อน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ต้องไปดูกันพีถึงจะเป็นเพื่อนกับบีบอยแต่นิสัยกลับไม่ค่อยจะเหมือนกันเท่าไหร่ ออกแนวจริงจังกว่า แอบกวนนิดๆ ดูมีมาดหน่อยๆ เป็นคนปากเสีย ขี้บ่นนิดๆ แต่จริงๆ เป็นคนใจดี รู้เรื่องญี่ปุ่นและสถานที่ท่อนเที่ยวเป็นอย่างดี นักแสดงแสดงได้ดูหล่อ มีมาดป้านเป็นฝาแฝดกับปลาย มาเที่ยวญี่ปุ่นก็มาอัดคลิปเล่นกีตาร์กับปลาย เวลาทะเลาะกับปลายก็ดูเป็นคนปากแซ่บระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ว่าปลายจริงจัง ออกแนวบ่นๆ ถึงจะเคยมีเรื่องกับบีบอยแต่พอเคลียร์กันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก นักแสดงแสดงได้ดูนิ่งๆ หน่อยแต่ก็มีมาดบีบอยเป็นเพื่อนสนิทพี เป็นคนพูดเก่ง ขี้เล่นนิดๆ ออกแนวติ๊งต๊อง ดูบ๊องๆ ไม่ค่อยเต็ม ไม่เครียดกับเรื่องอะไรมากมายเพราะเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนร่าเริงสดใส มีเอนเนอร์จี้ล้น นักแสดงแสดงได้ดูน่ารัก ขี้เล่นปลายเป็นคนร้องเพลงเพราะมาก ชอบทะเลาะกับป้านแต่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันจริงจัง ตอนป้านไปมีเรื่องกับบีบอยก็คอยห้าม ดูใจเย็นกว่าป้านมาก ดูขี้เกรงใจ ตอนบีบอยชวนไปนอนบ้านพีก็ปฏิเสธแต่สุดท้ายก็ไปเพราะหาที่พักไม่ได้ นักแสดงแสดงได้ดูจริงใจ น่ารักเสื้อผ้าทำออกมาได้เข้ากับบรรยากาศในเนื้อเรื่องมาก ดูเป็นชุดวัยรุ่นทันสมัย มีแฟชั่น ไม่ธรรมดา ชุดของแต่ละตัวละครจะมีความคล้ายกันแต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว ทรงผมก็ดูดีมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฉากนั้นด้วยความที่ถ่ายทำกันที่ประเทศญี่ปุ่นทำให้ได้กลิ่นไอความเป็นญี่ปุ่นที่บรรยากาศดีมาก แถมยังสวยสุดๆพล็อตเรื่องเป็นการเล่าเรื่องราวเนื้อหาอันชวนละมุน ท่ามกลางสวนสาธารณะในกรุงโตเกียวที่เต็มไปด้วยบรรยากาศความร่มรื่นเป็นธรรมชาติ ก่อนจะถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี "พี" หนุ่มคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นนั่งรอเพื่อนซี้อย่าง "บีบอย" ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศรอบตัวอย่างตื่นเต้นเพราะบีบอยเพิ่งเคยมาต่างประเทศเป็นครั้งแรก แต่การเดินทางครั้งนี้กลับทำให้พวกเขาทั้งสองคนมีเหตุบังเอิญเจอกับ 2 หนุ่มฝาแฝด "ป้าน ปลาย" ที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน และการเจอกันในครั้งนี้ทำให้พวกเขาทั้ง 4 คน ได้เรียนรู้และเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิต ในระยะเวลาเพียง  6 วัน หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นที่นี่มันได้เติมเต็มบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปในใจของพวกเขาทั้ง 4 คน และมันก็จบลงที่นี่เช่นเดียวกันอยากให้ดูเรื่องนี้เพราะเป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่ดูสนุก ดูได้เรื่อย ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ต่อไปจะต้องชวนจิ้นฟินจิกหมอนแน่นอน แถมเรื่องนี้นักแสดงยังงานดีทุกคน หล่อจนกินกันไม่ลง อยากให้ไปดูค่ะอ้างอิงภาพปก ตกแต่งโดย canvaภาพที่1, ภาพที่2, ภาพที่3, ภาพที่4, ภาพที่5, ภาพที่6ขอบคุณภาพจาก twitter: 9NAAchannel และ facebook: 9NaaProductionบทความซีรีส์วายที่กำลังออนแอร์รีวิวซีรีส์ คุณได้ไปต่อ(2024) To Be Continued ทาง ช่อง 3 ย้อนหลังทาง Netflix รีวิวซีรีส์ ปลื้มคนโปรด(2024) A Secretly Love ทาง 3HD ย้อนหลังทาง WeTV #ซีรีส์ดีบอกต่อรีวิวซีรีส์ อายุมั่นขวัญยืน(2024) 1000 YEARS OLD ทาง 3HD ย้อนหลังทาง WeTV #ซีรีส์ดีบอกต่อรีวิวซีรีส์ 23.5 องศาที่โลกเอียง(2024) 23.5 When the Earth Spinning Around ทาง GMM25 ย้อนหลังทาง Netflix #มิ้ลค์เลิฟ #มีนาน่าดู  เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ไขข้อสงสัย : การคัมแบ็กในวงการฟุตบอล แค่ปาฏิหาริย์ หรือมีหลักการซ่อนอยู่เบื้องหลัง ? | Main Stand
อ่าน

ไขข้อสงสัย : การคัมแบ็กในวงการฟุตบอล แค่ปาฏิหาริย์ หรือมีหลักการซ่อนอยู่เบื้องหลัง ? | Main Stand

เมื่อนกหวีดหมดเวลาครึ่งแรกดังขึ้น สกอร์บอร์ดที่สนามอตาเติร์ก นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี แสดงผล 3-0 ท่ามกลางเสียงฉลองของแฟนบอล เอซี มิลาน ณ ตอนนั้น มันแทบไม่มีทางเลย ที่พวกเขาจะชวดถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2004-05 ไปครองได้ อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีช่วงต้นครึ่งหลัง เพื่อยิงคืนให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 3-3 ก่อนพลิกล็อกแซงคว้าแชมป์ ด้วยการดวลลูกโทษตัดสินชนะไป 3-2 เถลิงแชมป์บอลยุโรปสมัยที่ 5 ของสโมสรอย่างยิ่งใหญ่ "ปาฏิหาริย์ที่อิสตันบูล" คือหนึ่งในการคัมแบ็กครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ลูกหนัง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นแค่ปาฏิหาริย์ที่บังเอิญเกิดขึ้น หรือมีทฤษฎีและหลักการใด ๆ เป็นองค์ประกอบอยู่เบื้องหลังหรือไม่ มาหาคำตอบได้จากในบทความนี้ของ Main Stand กัน ทฤษฎี "มือขึ้น"? ในวงการบาสเกตบอล มีทฤษฎีที่ชื่อว่า "Hot Hand Theory" ซึ่งกล่าวถึงความ "มือขึ้น" ของนักบาส เมื่อเขาสามารถทำสกอร์ได้แล้ว การชู้ตลูกครั้งถัดไป จะมีโอกาสเป็นคะแนนได้มากกว่า หากพูดถึงในวงการฟุตบอล นั่นคือถ้าผู้เล่นคนหนึ่งสามารถยิงประตูเบิกร่องได้แล้ว ลูกที่เหลือจะหลั่งไหลมาดั่งสายน้ำเลย เหมือนกับในเกมนี้ ที่ลิเวอร์พูลสามารถยิงได้ 3 ลูกในเวลา 6 นาที โดยมีการพูดถึงวลีดังกล่าวเป็นครั้งแรกในงานวิจัยเมื่อปี 1985 ที่ต้องการหาคำตอบว่า ทฤษฎีนี้เป็นความจริง หรือเป็นแค่เพียงหลักจิตวิทยาเท่านั้น หากยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดที่สุด เราต้องลองเทียบกับการโยนเหรียญเสี่ยงทาย ที่มีโอกาสออกหัวและก้อยอย่างละ 50% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากเหรียญออกด้านหัวสัก 4 ครั้งต่อเนื่องกัน เมื่อต้องเสี่ยงทายการโยนเหรียญครั้งถัดไป ย่อมเป็นปกติที่เราจะมองว่า เหรียญมีโอกาสออกด้านก้อยมากกว่าในครั้งที่ 5 ซึ่งแนวคิดแบบนี้ถูกเรียกว่าเป็น "Gambler Fallacy" หรือ "ตรรกะวิบัติของนักพนัน" นั่นเพราะเรานำเอาข้อมูลในอดีต มาคำนวณความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เหรียญจะหล่นลงมาในด้านหัวหรือก้อย ก็ยังคงเป็น 50:50 อยู่ดี เพราะธรรมชาติไม่ได้ทำ Big Data เพื่อกำหนดการสุ่มให้มีความยุติธรรมแต่อย่างใด (ฮา) ย้อนกลับมาที่งานวิจัยตัวนี้ ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลสถิติผู้เล่นทีม ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตีซิกเซอร์ส ประกอบไปด้วยการยิงรูปแบบต่าง ๆ ทั้งลูกที่เข้าและไม่เข้า ตลอดทั้งฤดูกาล 1980-81 เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่า ทฤษฎี "มือขึ้น" เป็นจริงหรือไม่ น่าเสียดายที่เมื่อประมวลผลดูแล้ว ทีมวิจัยได้ข้อสรุปมาว่า "ทฤษฎีมือขึ้น" หรือ "Hot Hand Theory" ไม่มีหลักฐานมารองรับแบบจริงจัง และถูกสรุปรวมว่าเป็น "Hot Hand Fallacy" หรือ "ตรรกะวิบัติมือขึ้น" แทน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน มีหลายงานวิจัยที่มาโต้แย้งข้อสรุปดังกล่าวอยู่ ว่าอาจเป็นการด่วนสรุปแบบ "Confirmation Bias" โดยที่มีข้อมูลอยู่อย่างจำกัด และทฤษฎี "มือขึ้น" สามารถเป็นจริงได้ หากเปลี่ยนตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย เช่น ระยะห่างของเวลาที่ผู้เล่นใช้ในการทำสกอร์ ซึ่งไม่ได้ถูกนำมาคำนวณในงานวิจัยชิ้นแรก เป็นต้น จิตวิทยาของผู้ชนะ แม้ทฤษฎี "มือขึ้น" จะยังไม่มีเหตุผลมาพิสูจน์ แต่สำหรับบทความนี้ เรามีตัวอย่างจาก 4 แมตช์พลิกนรก ทั้งในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ พรีเมียร์ลีก ที่พิสูจน์ว่าจิตวิทยาของผู้ชนะนั้น สำคัญขนาดไหน ลองพิจารณาดูว่าทั้ง 4 นัดนี้ มีอะไรเหมือนกันบ้าง เอซี มิลาน 3-3 ลิเวอร์พูล แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ปี 2005คริสตัล พาเลซ 3-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม 2-3 ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ปี 2019ลิเวอร์พูล 4-0 บาร์เซโลน่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ปี 2019 ในค่ำคืนที่อิสตันบูล ลิเวอร์พูลต้องเผชิญกับแผงกองหลังอย่าง เปาโล มัลดินี่, อเลสซานโดร เนสต้า, ยาป สตัม, และ คาฟู แน่นอนว่าการทวงคืนสักประตูก็เป็นเรื่องที่ยากแล้ว นับประสาอะไรกับการรัวให้ได้ 3 ลูก กับช่วงเวลาที่จำกัด คริสตัล พาเลซ ตามหลังให้กับทีมที่กำลังตามหาแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 24 ปี อย่าง ลิเวอร์พูล อยู่ 0-3 จนถึงนาทีที่ 79 แน่นอนว่าพาเลซรอดตกชั้นแล้ว พวกเขาลงเล่นอย่างไร้แรงกดดันตลอดทั้งเกม ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ โดนออกนำไปก่อน 3-0 เมื่อรวมสกอร์ของทั้งสองนัด (นัดแรก สเปอร์ส แพ้มา 0-1 ก่อนโดนยิง 0-2 ในครึ่งแรกของนัดสอง) โดยที่เหลือเวลาให้พลิกเกมอีกราว 45 นาทีเท่านั้น และที่สำคัญ พวกเขาต้องบุกไปเยือน อาหยักซ์ อันสเตอร์ดัม ที่ผู้เล่นวัยรุ่นกว่าค่อนทีม กำลังโชว์ฟอร์มอย่างดุดัน และ ลิเวอร์พูล ที่ต้องยิงให้ได้อย่างน้อย 3 ประตู พร้อมกับป้องกันไม่ให้ ลีโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรส, และ ฟิลิปเป คูตินโญ ทำประตูให้กับผู้มาเยือนจากแคว้นกาตาลันได้ เริ่มแรกเลย สิ่งที่ทีมตามหลังจำเป็นต้องมี คือทัศนคติว่าพวกเขาสามารถทำได้ ไม่ว่าอุปสรรคจะยากเย็นเพียงใด และต้องพึงรู้ถึงประสิทธิภาพในตัวเอง ว่าทีมของตนมีผู้เล่นที่ดี แท็คติก และแรงสนับสนุนที่เพียงพอต่อการคัมแบ็กได้ พวกเขาอาจมีชื่อชั้นเป็นรอง หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนยากเกินกว่าจะพลิกเกมได้ แต่สภาพจิตใจของทีมที่เปิดหน้าแลกเข้าใจเหล่านี้ ก็มีผลกระทบต่อทีมที่ได้เปรียบมาก่อนได้เช่นกัน นั่นก็เพราะทีมที่อยู่ในตำแหน่งได้เปรียบ ซึ่งมักมีช่องว่างของผลสกอร์มากกว่า 3 ลูก จะลงเล่นเพื่อรักษาระยะห่าง มากกว่าพยายามทำประตูทิ้งห่างออกไป เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อาจเคยกล่าวไว้ว่า "เกมรุกทำให้คุณชนะ แต่เกมรับจะทำให้คุณเป็นแชมป์" อย่างไรก็ตาม เยนส์ ไคล์เนิร์ต นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน กลับเห็นต่างออกไป "เมื่อคุณมีแนวคิดที่จะเล่นเกมรับกันทั้งทีม มันสามารถส่งผลให้ผู้เล่นก่อข้อผิดพลาดที่ไม่น่าเกิดขึ้นมาได้ และเมื่อไหร่ที่อีกทีมทำประตูตีตื้นมาได้ หรือยิ่งใกล้หมดเวลามากขึ้นเท่าไหร่ ผลกระทบจากความกลัวเสียประตูเหล่านี้ อาจนำพาหายนะมาสู่ทีมได้" ลิเวอร์พูล ใช้เวลาแค่ 6 นาที เพื่อทวงสกอร์คืน 3 ลูก จากแผงแนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ณ เวลานั้น และรักษาโมเมนตัม จนสามารถไปชนะที่ฎีกาได้ คริสตัล พาเลซ ใช้ประโยชน์จากความกดดันของลิเวอร์พูล ด้วยการรัวยิง 3 ประตู ในเวลาเพียง 9 นาที ดับฝันการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013-14 ของหงส์แดงลงอย่างเป็นทางการ ในนาทีสุดท้ายของเกม ผู้รักษาประตูของอาหยักซ์ ตัดสินใจเปิดบอลยาวขึ้นไป จนทำให้สเปอร์ส ได้มีโอกาสขึ้นเกมบุกอีกครั้ง จนสามารถปิดบัญชีได้จากลูกยิงของ ลูคัส มูร่า ที่ส่งให้ทีมเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ ดิว็อก โอริกี ยิงประตูตีตื้นให้ลิเวอร์พูลได้ตั้งแต่นาทีที่ 6 ของเกม และเป็นเขาเองที่ทำประตูชัย จากจังหวะเปิดเตะมุมเร็วของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ส่งให้ทีมเดินหน้าไปคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ได้สำเร็จ สูตรสำเร็จการคัมแบ็ก นอกจากการมีจิตวิทยาที่เหมาะสมของผู้ชนะนั้น เราก็ไม่อาจมองข้ามการแก้เกมมาสู้ของผู้จัดการทีม และโค้ชที่ต่างต้องทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เพื่อพยายามเก็บผลสกอร์ที่ต้องการมาให้ได้ ราฟาเอล เบนิเตซ เปลี่ยนแผนการเล่นจาก 4-4-1-1 เป็น 3-5-2 ในครึ่งเวลาหลัง, โทนี่ พูลิส ส่งดไวท์ เกย์ล ลงมาเพื่อยิง 2 ประตู เปลี่ยนเกมให้กับ คริสตัล พาเลซ, เมาริซิโอ โปเชตติโน ถอดกลางรับอย่าง วิคเตอร์ วานยาม่า เพื่อส่ง เฟร์นานโด ยอเรนเต ไปยืนค้ำในแนวหน้า, และ เยอร์เกน คล็อปป์ ถอดแบ็กซ้ายอย่าง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ที่มีอาการบาดเจ็บออก เพื่อส่ง จอร์จินโญ ไวจ์นัลดุม ลงไปซัด 2 ลูกสำคัญให้กับลิเวอร์พูล นี่คือเบื้องหลังการแก้เกมสำคัญ ๆ ที่มีผลต่อการคัมแบ็กทั้งสี่หน และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือผู้เล่นคนที่ 12 อย่างแฟนบอล ที่คอยกระตุ้นและส่งเสียงเชียร์ให้กับทั้ง 11 คนในสนาม แน่นอนว่าการขาดหายไปของกองเชียร์ตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา ส่งผลกระทบกับหลายทีมทั่วทั้งยุโรป โดยเฉพาะกับทีมที่ขึ้นชื่อว่าแฟนบอลของพวกเขาเป็นดั่ง "อาวุธลับ" อย่างลิเวอร์พูล ซึ่งผลงานโดยรวมดร็อปลงไปพอสมควรเลย (และยังมีปัจจัยอาการบาดเจ็บของกองหลังพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายอีกด้วย) สุดท้ายแล้ว สูตรสำเร็จเหล่านี้ไม่สามารถกด ขึ้นขึ้น ลงลง ซ้ายขวา ซ้ายขวา บี เอ สตาร์ท แล้วสามารถนำไปใช้งานได้ในทันที มันยังคงจำเป็นต้องอาศัยการฝึกซ้อม และองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อสร้างปาฏิหาริย์ครั้งยิ่งใหญ่เหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้จริง แหล่งที่มา : https://doi.org/10.1016/j.psychsport.2012.11.009https://doi.org/10.1016/0010-0285(85)90010-6https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=2627354https://www.dw.com/en/the-psychology-of-sporting-comebacks/a-48678259https://www.liverpoolecho.co.uk/sport/football/football-news/liverpool-half-time-istanbul-benitez-18282081https://www.uefa.com/uefachampionsleague/news/025d-0f782b45c942-3e20b8c30dfa-1000--miracle-of-istanbul-an-oral-history/ ข่าวที่เกี่ยวข้อง มีใครกันบ้าง!? เปิดรายชื่อและเรื่องราวสุดพิเศษของ "กุนซือ" ที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก วันนี้เมื่อปีนั้น: 25 พ.ค.2005 แชมป์ยุโรปสุดเหลือเชื่อของลิเวอร์พูล (ชมคลิป) ---------------------------- ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ คลิกที่นี่ อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณคลิกเลย!!bit.ly/2PsYXMGหรือกด*301*32# โทรออก

Solstice by Piaget – Chapter 2 จิวเวลรี่ชั้นสูงภาคต่อ ปาร์ตี้ใต้แสงจันทร์
อ่าน

Solstice by Piaget – Chapter 2 จิวเวลรี่ชั้นสูงภาคต่อ ปาร์ตี้ใต้แสงจันทร์

หลังเพียเจต์นำเสนอบทแรกของผลงานไฮจิวเวลรี่คอลเลกชั่น Solstice by Piaget อย่าง When dusk sets ที่จำลองความงดงามมาจากลุคอันตราตรึงของเสื้อผ้าโอตกูตูร์ที่บรรดาเพียเจต์ โซไซตี้หยิบมาสะท้อนตัวตน ล่าสุดกับ Give us the Night เรื่องราวภาคต่อที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกที่สนุกสนานในบรรยากาศปาร์ตี้ใต้แสงจันทร์ ใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม เสียงหัวเราะชวนอบอุ่น เสียงสะท้อนขณะชนแก้ว ปาร์ตี้ที่กำลังไต่ระดับ ไปจนถึงค็อกเทลเลิศรสที่ไหลรินลงสู่แก้ว ทั้งหมดนี้คือ แรงบันดาลใจที่ผสมผสานออกมาเป็นแก่นหลักของชิ้นงานในธีมล่าสุดนี้ และนี่คือ Give us the Night จาก Solstice by Piaget Chapter 2 ย้อนกลับไปปี 1920 ซึ่งเป็นยุคการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของอเมริกา หนึ่งในเทรนด์ที่หญิงสาวหัวสมัยใหม่ยุคนั้นขาดไม่ได้ คือการสวมแหวนวงใหญ่ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ "แหวนค็อกเทล" - ปี 2009 ด้วยความที่ยึดมั่นในตัวตนที่สนุกสนาน ทั้งยังหลงใหลในความท้าทายทางเทคนิค เมซงจึงตัดสินใจนำแนวคิดนี้ไปสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานจริง โดยหยิบยืมแรงบันดาลมาจากศาสตร์และศิลป์อันงดงามในโลกของ Mixology ผลงานที่ได้จึงคละคลุ้งไปด้วยสีสัน ความสนุก ไอเดียที่แปลกใหม่ ชวนให้นึกถึงค็อกเทลแก้วโปรดได้ไม่ยาก มาปีนี้แหวนค็อกเทลถูกหยิบมารังสรรค์อีกครั้ง โดยช่างฝีมือใช้เวลาหลายเดือนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการทั้งในแง่ขนาด สี ไปจนถึงเท็กซ์เจอร์ของวัสดุที่นำมาเป็นองค์ประกอบของส่วนผสมค็อกเทล ขณะเดียวกันนักอัญมณีศาสตร์ก็ต้องเสาะหาอัญมณีเพื่อนำมาเป็นตัวแทนของส่วนผสมต่าง ๆ อาทิ เม็ดทับทิม (แซฟไฟร์สีชมพู), ใบมิ้นท์ (มรกต), น้ำตาลสำหรับตกแต่ง (เพชรที่ฝังแบบเต็มพื้นที่บนตัวเรือน), ก้อนน้ำแข็ง (เพชรหยาบ), ไลม์หั่นแว่น (เพอริดอตแกะสลัก) เพื่อประกอบจิวเวลรี่แต่ละเม็ดเข้าด้วยกัน ทักษะฝีมือชั้นสูงจึงถูกนำมาใช้หลากหลายเทคนิค อาทิ แผ่นผลไม้ที่สไลด์เป็นแว่น ใช้ปรมาจารย์ทางด้าน glyptic ที่บรรจงแกะสลักหินสีด้วยมือ ก่อนประดับบนตัวเรือนตามตำแหน่งที่ดีไซน์ไว้ ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำและประณีตขั้นสูง เพื่อให้ทุกองค์ประกอบสามารถสวมเข้ากันได้อย่างพอดี ขณะที่ตัวเรือนหลักที่ประดับอัญมณีขนาดใหญ่ไว้ตรงกลาง สามารถหยิบมาสวมใส่แบบเดี่ยวก็เรียบเก๋ไม่แพ้กัน นับเป็นอีกครั้งที่เมซงสะท้อนค่านิยมด้านความคิดสร้างสรรค์และไอเดียการปรับเปลี่ยนรูปแบบได้อย่างไร้ที่ติ ต่อกันที่สร้อยคอที่หลอมรวมลูกเล่นสนุก ๆ และสไตล์เรียบหรูของเครื่องดื่มไอคอนนิคไว้ด้วยกัน โดยสีได้แรงบันดาลใจจากโทนอันอบอุ่นของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีน้ำตาลเข้ม ขณะที่กรอบทองทรงสี่เหลี่ยมที่ล้อมรอบเพชรเอาไว้ เปรียบดั่งก้อนน้ำแข็งที่อยู่ในเครื่องดื่มสไตล์ On The Rock ที่เหล่าเพียเจต์ โซไซตี้ชื่นชอบนั่นเอง ไม่เพียงแต่ไลน์เครื่องประดับ ในพาร์ทนาฬิกาไฮจิวเวลรี่ก็ทำออกมาอย่างยอดเยี่ยม อาทิ นาฬิกา Joyful Sharing โดดเด่นด้วยหน้าปัดที่วิจิตรบรรจง ชวนให้นึกถึงสูตรค็อกเทลที่เสิร์ฟในแก้วใบหรู เพื่อครีเอทผลงานอันน่าทึ่งทั้งยังแสดงให้เห็นถึงระดับความเชี่ยวชาญของเมซง แบรนด์ได้คอลลาบอเรชั่นกับศิลปินชั้นครู อย่าง Anita Porchet และ Dick Steenman เริ่มต้นชิ้นงานด้วยฝีมือแกะสลักของ Dick Steenman ที่เนรมิตส่วนผสมหลักของค็อกเทล อย่าง ไลม์หั่นแว่น และ ใบมิ้นท์ได้อย่างมีมิติ ก่อนส่งต่อให้ Anita Porchet แต่งแต้มสีสันด้วยการเคลือบสีลงยาแบบโปร่งแสง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของก้อนน้ำแข็ง และ ใบมิ้นท์ ที่สมจริงยิ่งขึ้น ในแง่ข้อจำกัดเรื่องความหนาของหน้าปัด ช่างฝีมือจำเป็นต้องอาศัยทักษะความชำนาญขั้นสูงในการปรับแต่งแต่ละชิ้นส่วน เพื่อรักษาสมดุลของหน้าปัดให้เหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อความแม่นยำของเรือนเวลา เสน่ห์งานฝีมืออันน่าเหลือเชื่อของ Anita Porchet ยังปรากฏบนเรือนเวลาชิ้นอื่นอีกด้วย อย่างดีเทลโมทีฟมะนาวสไลด์บนพื้นหน้าปัดนาฬิกา Festive Sharing ที่ถ่ายทอดผลงานผ่านหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น champlev, paillonn เพื่อแต่งแต้มจินตนาการให้มีมิติมากที่สุด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ Anita ชื่นชอบ และร่วมงานกับเพียเจต์มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2006 เพราะความคิดสร้างสรรค์ นั้นไร้ขีดจำกัด และการได้คอลลาบอเรชั่นกับเหล่าศิลปิน คือความน่าหลงใหล... นาฬิกา Gleaming Savor จึงเป็นหนึ่งในเรือนเวลาไม่ธรรมดาที่รังสรรค์โดย Rose Saneuil ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่เชี่ยวชาญในการนำเสนอชิ้นงานผ่านเทคนิคมาร์เก็ตทรี ในแต่ละครั้งศิลปินจะเลือกใช้วัสดุที่น่าเหลือเชื่อมารังสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น ฟางข้าว, ไม้ซิคามอร์, ปีกแข็งของแมลง เพื่อให้ได้เรือนเวลาเพียงหนึ่งเดียวในโลก และถึงแม้หน้าปัดจะเรียบเป็นระนาบเดียวกัน แต่ด้วยฝีมือของ Saneuil จึงส่งให้วัสดุแต่ละชิ้นร้อยเรียงได้อย่างมีมิติและเปล่งประกายอย่างงดงามยามต้องแสง ผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นนี้ใช้วัสดุสำหรับงานมาร์เก็ตทรี 177 ชิ้น โดยองค์ประกอบที่น่าสนใจอีกอย่าง คือการหยิบเอาเพชรทรงบาแก็ตต์มาประดับแบบกลับด้านลงบนขอบตัวเรือน ทำให้ดูแปลกตากว่าที่เคยและเป็นอีกผลงานศิลป์ที่น่าจดจำ

ไร้ปาฏิหาริย์! ไม่มีสัญญาณผู้รอดชีวิตจากเหตุระเบิดเบรุต
อ่าน

ไร้ปาฏิหาริย์! ไม่มีสัญญาณผู้รอดชีวิตจากเหตุระเบิดเบรุต

วันนี้ ( 6 ก.ย. 63 )หน่วยกู้ภัยเลบานอนและอาสาาสมัคร รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากชิลี กว่า 50 ชีวิตยังคงปฏิบัติการเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตเมื่อวันเสาร์ หลังจากที่การตรวจพบว่าเซนเซอร์สามารถจับสัญญาณชีพได้จากใต้ซากตึก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ล่าสุดเปิดเผยว่า ไม่น่าจะมีความหวังว่ามีใครสามารถรอดชีวิตอยู่ใต้ซากตึกได้นานกว่า 1 เดือน นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ระเบิดที่ท่าเรือในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอนตั้งแต่เดือนที่แล้วก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สามารถจับเสียงลมหายใจด้วยอุปกรณ์เซนเซอร์ตัวหนึ่ง ทั้งทีมจึงได้พยายามที่จะขุดค้นภายใต้ซากเพื่อค้นหาผู้อาจรอดชีวิต แต่หัวหน้าทีมอาสากู้ภัยจากชิลี แถลงเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า หลังจากที่ได้ทำการตรวจสอบไปแล้วราวร้อยละ 95 ของซากตึกที่จับเจอสัญญาณชีพก่อนหน้านี้ แต่กลับไม่พบอะไรเพิ่มเติม ซึ่งหมดความหวังว่าจะเจอผู้รอดชีวิตแล้วเหตุระเบิดท่าเรือกรุงเบรุตจากสารแอมโมเนียมไนเตรต เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม จนทำให้มีผู้เสียชิวิต 190 คน บาดเจ็บกว่า 6,000 คน สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับทั้งเมือง และยิ่งกระทบต่อเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วของประเทศให้รุนแรงเข้าไปอีก ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้จัดพิธีรำลึกเหตุการณ์ระเบิดครบ 1 เดือนไปเมื่อวันศุกร์เกาะติดข่าวที่นี่ website: www.TNNThailand.com facebook : TNNThailand facebook live : TNN Live twitter : @TNNThailand Line : @TNNONLINE Youtube Official : TNNThailand Instagram : @tnn_online TIKTOK : @tnnonline

ไร้ปาฏิหาริย์! พบร่างน้องโฟร์ โดนน้ำพัด ร่วงจากจยย. แม่ร่ำไห้ แทบขาดใจ
อ่าน

ไร้ปาฏิหาริย์! พบร่างน้องโฟร์ โดนน้ำพัด ร่วงจากจยย. แม่ร่ำไห้ แทบขาดใจ

พบร่างน้องโฟร์ ไร้ลมหายใจ หลังนั่งซ้อนท้ายจยย.ตา กลับบ้าน โดนน้ำป่า พลัดร่วงจมหาย หากันกว่า 1 คืน แม่เจอ ร่ำไห้ ปริ่มใจแทบขาด วันที่ 11 พ.ค.2565 เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบร่างน้องโฟร์ เด็กชายวัยเพียง 4 ขวบ ที่ถูกกระแสน้ำพัดตกฝาย ขณะนั่งซ้อนท้ายจยย.ไปกับตา เมื่อวานนี้ (10 พ.ค.) โดยพบในสภาพไร้ลมหายใจ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของพ่อแม่และครอบครัวอย่างมาก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เริ่มค้นหาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยงมหาในลำคลองห้วยตะเคียน หมู่ 1 ต.ทับสะแก ก่อนพบขนมที่น้องซื้อกลับบ้าน เจ้าหน้าที่ได้หยิบมาแกะให้น้อง ไม่นานก็พบร่างเด็กอยู่ไม่ห่างจากห่อขนม โดยมีผักตบชวาจำนวนมากลอยทับอยู่ เจ้าหน้าที่จึงนำร่างออกมาได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบบาดแผลที่หัว คาดว่าคงไปฟาดกับขอบปูนของฝายน้ำล้นหรือท่อน้ำ ก่อนโดนกระแสน้ำพัดจนเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพไปยังรพ.ทับสะแก ก่อนที่ทางครอบครัวจะมารับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

รีวิวหนัง IT CHAPTER TWO 2
อ่าน

รีวิวหนัง IT CHAPTER TWO 2

กลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์สยองขวัญที่ทุกคนรอคอย IT Chapter มันโผล่จากนรก 2 จากตัวตลกเพนนีไวส์ที่ได้พ่ายแพ้ให้กับแก็งค์เด็ก และ ถึงเวลาที่มันจะกลับมาอีกครั้ง และ ในภาคนี้จะเป็นบทสรุปของเรื่องราวสำคัญ ภาคต่อของหนังสยองขวัญ และ มันกำลังกลับมาอาละวาดอีกครั้งที่ โหด ดุ กว่าเดิมเรื่องราว 27 ปีต่อมา แก็งค์เด็กขี้แพ้ได้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถือว่าเป็น 3 ทศวรรษที่ปราศจากเหตุการณ์ ตัวตลกเพนนีไวส์ และ พวกเขาต้องมารวมตัวกันอีกครั้ง กลับเพื่อเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวอีกครั้ง เมื่อได้รู้ว่า ตัวตลกเพนีไวส์ กลับอีกแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความน่ากลัวก็ยังเหมือนเดิมเลย แม้ว่าพวกเขาจะพยายามหนีสิ่งที่ตามหลอกหลอนมานาน เลย ต้องทำให้พวกเขาต้องวางแผนจัดการกับมันอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ทำเพื่อเอาชนะปีศาจตัวตลกเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเอาชนะ ความกลัว ของตัวเองอีกด้วย และ เป็นมิตรภาพของพวกเขา เพื่อเอาชนะเพนนีไวส์ให้ได้อีกครั้ง แต่การกลับมารวมตัวกันต่อสู้กับมัน อาจไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา เพราะ มันเพิ่ม ความสยดสยอง มากกว่าเดิม ถือว่าเป็นหนังสยองขวัญที่ยอดเยี่ยมที่สุด และ ยิ่งกว่าภาคแรก เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ จริง ๆ การดำเนินเรื่องคงทำได้ดีเหมือนเดิม และ มีดราม่าที่แฝงอยู่หนังด้วยนิด ๆ แต่นั้นน่าสนใจมาก อีกหนึ่งจุดที่ประทับใจ คือเนื้อเรื่องที่เข้มข้น และ ความน่าสะพรึงกลัวของ ตัวตลกเพนนีไวส์ นับว่ามันเป็นการเพิ่ม สีสัน ที่แปลกใหม่ และ หนังยังทำให้เห็นว่าความน่ากลัวที่สุดคือความกลัวในจิตใจของตัวละครได้อย่างดี ความรู้สึกน่ากลัวของตัวตลก และ มักจะมาพร้อม ๆ กันอารมณ์ขัน บางฉากก็น่าตกใจมาก ตัวหนังยังคงสร้างความหวาดผวาแก่ผู้ชมได้เป็นอย่างดี ตัวหนังยังเพิ่ม ความสนุก ตื่นเต้น ครบรสกันแบบเกินคาดทีเดียว เรียกได้ว่าในภาคนี้ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึง ตัวละครที่เป็นเพื่อนพ้องกัน และ เริ่มเรื่องของหนังก็สร้างความหวาดกลัวตกใจได้พอตัว มีฉากชวนลุ้นให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนการปรับเปลี่ยนตัวละครจากเด็กเป็นผู้ใหญ่ ทำให้หนังดูสนุกเพิ่มมากขึ้น แถมหนังมีปมเรื่องของตัวละครทำให้หนังก็ทำได้อย่างลงตัวดีส่วนนักแสดงก็ได้ (เจมส์ แม็กอะวอย) รับบทเป็น บิลล์ เดนโบรห์ และ (เจสสิกา แชสเทน) รับบทเป็น เบเวอรี่ มาร์ช และ (บิล ฮาเดอร์) รับบทเป็น ริชี่ ทอร์เซีย และ (เจย์ ไรอัน) รับบทเป็น เบน แฮนส์คอม และ (เจมส์ แรนซัน) รับบทเป็น เอ็ดดี้ คาส์พแบร็ก และ (แอนดี บีน) รับบทเป็น สแตนลีย์ ยูริส และ (ไอเซห์ มุสตาฟา) รับบทเป็น ไมค์ แฮนลอน และก็ (บิลล์ สการ์สการ์ด) รับบทเป็น ตัวตลกเพนนีไวส์ บทเป็นเหล่าแก๊งค์เด็กขี้แพ้ ในเวอร์ชั่นผู้ใหญ่แค่นักแสดงเพิ่มเสน่ห์ให้กับหนังได้แล้ว โดยภาคนี้ก็ได้ผู้กำกับอย่าง แอนเดรส มัสเชียต มารับหน้าที่กำกับเหมือนเดิม และ หลายฉากที่ทำให้เราลุ้นระทึกไปกับตัวละครทั้งหมดนี้ มันทำให้ตื่นเต้นมาก ถือว่าหนังเรื่องทำออกมาดีเลย เชียว ผสมผสานกันได้ลงตัวทุกอย่าง และ มีฉากทำให้รู้สึกซึ้งกินใจในตอนจบสุดท้ายได้อินมากพล็อตเรื่องสนุกมากโดยเฉพาะ ตัวตลกเพนนีไวส์ ดูสยดสยองดีมาก หรือภาพหลอนต่าง ๆ ทำออกมาดีเยี่ยม แต่หนังก็มีมุกตลกเยอะอยู่พอสมควร ส่วนเรื่องภาพก็สวย CG อลังการมาก ส่วนเรื่องการเล่าไทม์ไลน์วัยเด็กของแต่ละคนถือว่าทำออกมาดีมาก ทำให้คิดถึงภาคแรกเลย และ ส่วนด้านรายได้ในภาคนี้ถือว่าทำได้มากอยู่พอสม ตัวหนังทำรายได้ไป 473 ล้านดอลลาร์ และ จากทุนสร้าง 79 ล้านดอลลาร์ ถึงแม้ภาคนี้จะทำรายได้น้อยกว่าภาคแรกมากนัก แต่ก็ได้กำไรเยอะอยู่พอสมควรสรุป สนุก ระทึกขวัญ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าตัวหนังจะทำออกมาดีอย่างนี้ โดยเฉพาะนักแสดงนำแสดงดีทุกคนเข้าอารมณ์ตัวละครได้อย่างดี และ ฉากให้ลุ้นก็เยอะ มันส์ สะใจมาก ถือว่าเป็นดีอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดคะแนนสำหรับเรื่องนี้พล็อตเรื่อง 7.5/10ช่องทางรับชม https://movie.trueid-preprod.net/movie/YBdAY58JNW4w หนังดีไม่ควรพลาดครับเครดิตภาพปก warnerbros/รูปที่1 warnerbros/รูปที่2 warnerbros/รูปที่3 warnerbros/รูปที่4 warnerbros/รูปที่5 warnerbros      

รีวิวหนัง John Wick: Chapter 2
อ่าน

รีวิวหนัง John Wick: Chapter 2

เครดิตภาพ LionGateหลังจากที่ภาคแรกสร้างความมันส์สะใจคอหนังAction ไปอย่างล้นหลามแล้ว ภาคนี้จอห์นกลับมาอีกครั้งด้วยความมันส์ที่หายห่วงว่าจัดเต็มเช่นเดิมครับ ด้วยภารกิจที่แตกต่างไปจากภาคแรกต่อจากภาคที่แรกหลังแก้แค้นให้สุนัขที่รักได้สำเร็จ แต่วงการนี้เมื่อก้าวเข้ามาแล้วดูเหมือนจะออกยากเหลือเกิน เพราะเพื่อนร่วมงานเก่าของเขามีแผนร้ายที่จะยึดครองสมาคมนักล่านานาชาติ ทางเดียวที่เขาจะปลดพันธะสัญญาตัวเองได้คือต้องเดินทางไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองที่กรุงโรม พร้อมกับสุนัขข้างกายตัวใหม่เครดิตภาพ LionGateหลังจากที่เขาแก้แค้นให้สุนัขของเขาได้สำเร็จ เขาเองก็ต้องการจะกลับไปใช้ชีวิตสงบสุขของเขาเช่นเดิม แต่เหมือนวงการเข้าแล้วออกไม่ได้ยังไงก็ไม่ทราบนะครับ ต้องมีเหตุให้กลับมาอีก ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการฆ่าเพราะสุนัขแล้ว แต่ยังคงคอนเซ็ปการฆ่าแบบล้างผลาญเช่นเดิม เพียงแต่ขยายวงกว้างมากกว่าเก่าและเป็นภารกิจต่างบ้านต่างเมือง แถมศัตรูก็ไม่ได้หมูเหมือนภาคก่อน ถึงคราวที่จอห์นเองก็ต้องเจอกับดักแล้วเหมือนกันความโดดเด่นสำหรับภาคนี้ที่ไม่สามารถละสายตาได้เลยคือความแม่นปืนของพระเอก ด้วยความที่เป้าหมายอาจจะมีความยากในการยิงและมีขนาดเล็ก แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นมือเพชรฆาตแบบจอห์นไปได้ แต่อย่าลืมว่านักฆ่าบนโลกนี้ไม่ได้มีแค่จอห์นคนเดียว ยังมีนักฆ่าในต่างแดนที่บอกได้เลยว่าฝีมือไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันความแปลกตาของภาคนี้ที่จะมีให้เห็นอย่างเด่นชัดเลยคือ แหล่งอาวุธของจอห์น แน่นอนว่าสารพัดปืนและอาวุธทั้งหลายไม่ใช่จู่ ๆ จะโผล่มาง่าย ๆ ในหนังก็เลยมีการเพิ่มบทบาทของตัวละครที่เป็นแหล่งในการจัดหาอาวุธให้กับจอห์นนั่นเอง แถมยังช่วยจัดหาที่หลบซ่อนและพักฟื้นให้กับจอห์น แต่ก็ไม่ได้เด่นชัดนัก เพราะหนังยังคงชูบทบาทให้จอห์นเป็นตัวแสดงหลักที่แบกหนังทั้งเรื่องเหมือนเช่นเคย เครดิตภาพ LionGateฉากการต่อสู้ที่เรียกได้ว่าต้องเป็นที่จดจำของภาคนี้คือการต่อสู้ในห้องกระจก เพราะในสมรภูมิรบประเภทนี้ประสบการณ์อาจจะใช้ไม่ได้มากนัก จอห์นเลยต้องพยายามคุมสติและใช้สัญชาติญาณที่เป็นนักฆ่ามาใช้ควบคู่กับความว่องไว เพราะเขาจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าศัตรูจะโผล่มาจากช่องทางไหน แน่นอนว่าศัตรูเองก็ต้องระวังจอห์นเช่นกัน คล้าย ๆ เป็นเกมส์ลวงตาหากว่าใครพลาดก่อนคือตายจะให้ฆ่าศัตรูตายง่าย ๆ แบบภาคที่แล้วก็คงไม่สะใจ ภาคนี้หนังเลยเพิ่มบทบาทศัตรูตัวใหม่อย่าง แคสเซียน ที่มีฝีมือและทักษะการต่อสู้พอกันกับจอห์น เผลอ ๆ จะเหนือกว่าด้วยซ้ำเพราะว่าเป็นนักฆ่ารุ่นใหม่ที่มีพละกำลังและสัญชาติญาณที่ว่องไวกว่า ทำให้กับต่อสู้และบู๊ของคู่นี่มีความสูสี ไม่ใช่ว่าจอห์นเดินหน้าฆ่าไปหมดเหมือนภาคแรกคะแนนเนื้อเรื่อง8/10 หนังมีความเข้มข้นมากกว่าเดิมเพราะคราวนี้พระเอกจอห์นต้องเดินทางไปเจอหลุมพรางและเจอศัตรูที่สูสีกันบ้างแล้ว ซึ่งทำให้ฉากแอ็คชั่นเหล่านั้นมีความมันส์สะใจมากกว่าเดิม โดยเฉพาะากรใช้ปืนสั้นของจอห์นที่เรียกได้ว่าเหนือชั้นและสะใจสายปืนสุด ๆเครดิตภาพ LionGateข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์1. ทักษะการใช้ปืนที่เหนือชั้นสุด ๆ ขึ้นชื่อว่าเป็นนักฆ่า การใช้อาวุธสารพัดสิ่งอย่างชำนาญทำได้ดีอยู่แล้ว แต่กระสุนทุกนัดที่จอห์นใช้ยิงศัตรู คือมันมันส์และสะใจสุด ๆ ทำให้เสน่ห์ของนักฆ่าที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีกลายเป็นความเท่ที่ทำให้ติดใจในตัวละครไม่ยาก2. ความรักสุนัขของจอห์น อย่างที่ทราบในภาคแรกว่าจอห์นเป็นนักฆ่าที่รักสุนัขมาก เขารักสุนัขมากจนถึงขั้นตามล่าฆ่ามาเฟียแบบถอนรากถอนโคน ในภาคนี้เขามีสุนัขใหม่ พันธุ์ใหม่ และแน่นอนว่าเราจะได้เห็นความรักสุนัขและความแสนรู้ของสุนัขในภาคนี้ภาคนี้ผมว่าสนุกกว่าเดิมเพราะหนังมีการเพิ่มเรื่องราวมากกว่าเก่า เปลี่ยนสถานที่และเพิ่มพล็อตเรื่องใหม่ ๆ แต่ยังคงมีสุนัขมาอยู่ข้างกายจอห์นเช่นเคย เรียกได้ว่าห่างสุนัขไม่ได้เลยจริง ๆ    เครดิตภาพปก LionGate

Trails in the Sky 1st Chapter การรีเมคของเกมระดับตำนาน
อ่าน

Trails in the Sky 1st Chapter การรีเมคของเกมระดับตำนาน

    ผมขอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเลยครับ... เป็นเวลานานมากที่ผมมองซีรีส์เกมที่ชื่อว่า "Trails" หรือ "Kiseki" ด้วยสายตาที่เคลือบแคลงสงสัย ผมได้ยินเสียงร่ำลือจากเพื่อนๆ ถึงความยิ่งใหญ่ของมัน เรื่องราวที่มีมาจากต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 13 ภาค ใช้เวลาเล่นนับพันชั่วโมง... และคำถามในใจผมก็ดังขึ้นมาเสมอว่า "มันจะคุ้มค่ากับเวลาขนาดนั้นเชียวหรือ?" ผมเคยคิดว่ามันคงเป็นเพียง JRPG สูตรสำเร็จที่ถูกยืดออกไปเท่านั้น แต่แล้ว... โชคชะตาก็นำพาผมมาพบกับ Trails in the Sky 1st Chapter ฉบับรีเมค และหลังจากที่ผมเล่นได้ไปสักพัก เมื่อเวลาผ่านไปผมทำได้เพียงแค่วางคอนโทรลเลอร์ลง แล้วพูดกับตัวเองเบาๆ ว่า...   "เราคิดผิดมาโดยตลอด"   นี่ไม่ใช่แค่การรีวิวเกมครับ แต่นี่คือจดหมายรัก คือคำสารภาพจากใจของคนที่เคยไม่เชื่อ สู่เกมที่มอบประสบการณ์การผจญภัยอันสนุกสนานที่เปี่ยมด้วยหัวใจแห่งความสุขมากที่สุดในเกมหนึ่งของชีวิต และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการให้คะแนน 10/10 กับเกมนี้... ถึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายที่สุดสำหรับผม     เกมเพลย์ สิ่งแรกที่ทำให้ผมประหลาดใจคือระบบการต่อสู้ที่ "ลึก" เกินกว่าที่ตาเห็น ในเวอร์ชันรีเมคนี้ มันไม่ใช่แค่เกมเทิร์นเบสธรรมดาๆ แต่มันคือกลยุทธ์การวางแผนอย่างแท้จริง หัวใจของมันคือ "ไทม์ไลน์" ที่แสดงลำดับการโจมตีของทุกตัวละครในสนามรบ และหน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การเลือกคำสั่งที่แรงที่สุด แต่คือการ "ควบคุม" ไทม์ไลน์นั้นให้อยู่ในกำมือ   ผมยังจำความรู้สึกตอนสู้กับบอสตัวหนึ่งได้ดี มันกำลังจะร่ายเวทมนตร์ทำลายล้างใส่ปาร์ตี้ของผม และเทิร์นของมันก็ใกล้จะมาถึงแล้ว แต่ผมสังเกตเห็นว่าการโจมตีครั้งล่าสุดของโจชัว ทำให้เกจ CP (Craft Points) ของเขาเต็ม 100 พอดี ในเสี้ยววินาทีนั้น ผมตัดสินใจกดใช้ท่าไม้ตาย "S-Craft" ผ่านระบบ "S-Break" ทันที! ร่างของโจชัวพุ่งจากท้ายแถวของไทม์ไลน์ขึ้นมาอยู่หน้าสุด แซงคิวบอสตัวนั้น แล้วปลดปล่อยท่าไม้ตายออกไป ไม่ใช่แค่สร้างความเสียหายมหาศาล แต่มันยังขัดจังหวะการร่ายเวทมนตร์ของบอสได้สำเร็จ วินาทีนั้น... ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นยอดนักวางแผนเลยครับ! มันคือความรู้สึกของการพลิกสถานการณ์ด้วยการตัดสินใจที่เฉียบคมเพียงครั้งเดียว   ยังไม่หมดแค่นั้น ระบบ "โบนัส" ที่จะสุ่มบัฟต่างๆ มาวางบนไทม์ไลน์ ยิ่งเพิ่มมิติทางกลยุทธ์เข้าไปอีก คุณอาจจะเห็นโบนัส "Critical 100%" อยู่บนเทิร์นของศัตรู แต่ถ้าคุณมีตัวละครที่สามารถใช้ท่า "Delay" หน่วงเทิร์นศัตรูได้ คุณก็สามารถ "ขโมย" โบนัสนั้นมาเป็นของเราได้ มันเปลี่ยนการต่อสู้ให้กลายเป็นการชิงไหวชิงพริบที่สนุกและตื่นเต้นตลอดเวลา   และระบบที่เปรียบเสมือนเสาหลักของเกมนี้ทั้งหมดคือ "Orbment" ที่คล้ายกับระบบ Materia ใน Final Fantasy VII มันคือการบังคับให้เราต้องคิดอย่างรอบคอบว่าจะสร้างตัวละครแต่ละตัวไปในทิศทางไหน เอสเทลของผมกลายเป็นนักรบสายพลังทำลายล้าง อัดแน่นไปด้วยควอตซ์เพิ่มพลังโจมตี ในขณะที่โจชัวผู้ปราดเปรียว กลายเป็นตัวละครสารพัดประโยชน์ที่ทั้งโจมตีเร็วและใช้เวทมนตร์สนับสนุนได้ มันคือระบบที่เรียบง่ายแต่เปิดกว้างให้เราได้ทดลองอย่างอิสระ     เนื้อเรื่อง ถ้าเกมเพลย์คือสมองที่เฉียบคม เรื่องราวและตัวละครก็คือ "จุดแข็ง" ที่แสนอบอุ่นของเกมนี้ครับ   สิ่งที่ผมรักที่สุดใน Trails in the Sky คือการที่มันไม่ได้เล่าเรื่องของ "ผู้ถูกเลือก" ที่ต้องกอบกู้โลก แต่เป็นเพียงเรื่องราวการเดินทางของเด็กหนุ่มสาวสองคน เอสเทล และ โจชัว ที่มีความฝันอยากจะเป็น "เบรเซอร์" (นักแก้ไขปัญหาสารพัดนึก) ที่เก่งกาจเหมือนพ่อของพวกเขา มันคือจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบคลาสสิกที่ผมโหยหามานาน คล้ายกับความรู้สึกที่ได้เล่น Dragon Quest เป็นครั้งแรก เป้าหมายของพวกเขาเรียบง่ายแต่ทรงพลัง: "ออกเดินทางไปบนผืนดินที่พวกเขาตั้งใจจะปกป้องด้วยสองเท้าของตัวเอง"   และบนเส้นทางนั้น เราก็ได้พบกับเหล่าตัวละครสมทบที่ผมกล้าพูดได้เลยว่า "ยอดเยี่ยมทุกตัว" ไม่ว่าจะเป็น อาเกต นักดาบจอมหัวรั้นแต่จิตใจดี, โอลิวิเย่ร์ เจ้าชายเพลย์บอยผู้สร้างสีสันและความปวดหัว, หรือ เชราซาร์ด เบรเซอร์รุ่นพี่สุดเซ็กซี่ ทุกคนล้วนมีเสน่ห์และบทบาทที่น่าจดจำ ไม่มีตัวละครไหนเลยที่ผมรู้สึกว่า "น่ารำคาญ" หรือ "อยากให้มีบทน้อยกว่านี้" พวกเขารู้สึกเหมือนเป็นกลุ่มเพื่อนที่ค่อยๆ สนิทสนมกันจริงๆ ผ่านการเดินทางที่ยาวนาน   แต่ความมหัศจรรย์ที่แท้จริงคือ "โลกในเกม" ของอาณาจักรลิเบอร์ลครับ ทุกครั้งที่คุณผ่านเหตุการณ์สำคัญในเนื้อเรื่องไป บทสนทนาของ NPC ทุกตัวในเมืองจะเปลี่ยนไปทั้งหมด! พวกเขาจะพูดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น พูดถึงข่าวลือต่างๆ มันทำให้ผมรู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่ได้หยุดนิ่งรอเราอยู่เฉยๆ แต่มันกำลังดำเนินต่อไปพร้อมกับเรา มันคือความใส่ใจในรายละเอียดในระดับที่ผมไม่เคยเห็นจากเกมไหนมาก่อน และมันให้รางวัลกับความช่างสังเกตของผมอย่างมหาศาล   ถ่ายทอดออกมาได้อย่างทรงพลัง แม้จะเป็นเกมที่รีเมคมาจากรากฐานเก่า แต่ทีมงานได้ขัดเกลางานภาพและเสียงจนมันเปล่งประกายได้อย่างน่าทึ่ง เพลงประกอบที่เป็นเวอร์ชันรีมิกซ์จากต้นฉบับนั้นยอดเยี่ยมมาก มันสามารถถ่ายทอดทั้งความรู้สึกของการผจญภัยอันสดใสและความลึกลับของแผนการร้ายที่ซ่อนอยู่ได้อย่างลงตัว   แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องทึ่งจนอ้าปากค้าง คือ "การกำกับคัทซีน" ครับ ผมขอยกฉากหนึ่งที่ตราตรึงอยู่ในใจผมจนถึงตอนนี้ คือฉากการต่อสู้ด้วยดาบระหว่าง โคลเอ้ และ เอสเทล ในการแสดงละครเวที มันไม่ใช่แค่คัตซีนที่ตัวละครสองตัวยืนฟันดาบใส่กัน แต่มันคืองานออกแบบท่าเต้นที่งดงามและงานกล้องที่น่าทึ่ง กล้องหมุนตามการเคลื่อนไหวของทั้งสองคนที่กำลังร่ายรำเพลงดาบใส่กันอย่างดุเดือดแต่ก็สวยงาม ผมเผลอกลั้นหายใจไปตลอดทั้งฉาก และเมื่อมันจบลง ผมถึงกับต้องวางจอยเพื่อตั้งสติ... นี่คืองานศิลปะ คือการเล่าเรื่องผ่านภาพเคลื่อนไหวที่ทรงพลังอย่างแท้จริง     บทส่งท้าย Trails in the Sky 1st Chapter คือเกม RPG ที่ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มเสียงว่า "นี่คือเกมที่คุณต้องเล่น" มันคือประตูบานแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับใครก็ตามที่อยากจะเข้าสู่โลกของ JRPG และในขณะเดียวกัน มันก็คือบทเรียนชั้นครูในการออกแบบเกมสำหรับแฟนพันธุ์แท้ของแนวนี้   "จิตวิญญาณ" ที่เกมนี้ทิ้งไว้ในใจของผม คือ "ความสุขของการเดินทางที่เรียบง่าย" มันคือการย้ำเตือนเราว่า เรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการกอบกู้โลกเสมอไป บางครั้งมันก็เริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ ของเด็กสองคนที่แค่อยากจะเดินตามรอยเท้าของพ่อ, อยากจะช่วยเหลือผู้คน, และอยากจะรู้จักโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่ให้มากขึ้น   มันคือความอบอุ่นของมิตรภาพ, ความตื่นเต้นของการค้นพบ, และความรู้สึกดีๆ ที่จะคงอยู่กับคุณไปอีกนานหลังจากเล่นจบ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนๆ ถึงรักซีรีส์นี้มากขนาดนี้ และการรอคอย Trails 2nd ฉบับรีเมค ก็ได้กลายเป็นการรอคอยที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและความตื่นเต้นที่สุดของผมในตอนนี้แล้วครับ   เครดิตภาพ ทางผู้เขียนได้ซื้อเกมนี้มาเล่นเองถ่ายรูปลงเอง   เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

รีวิว 'It Chapter 2' หนังสยองขวัญชื่อดัง ตัวตลกหลอนๆ มันกลับมาพร้อมกับเวลาฉายถึง 3 ชั่วโมง!
อ่าน

รีวิว 'It Chapter 2' หนังสยองขวัญชื่อดัง ตัวตลกหลอนๆ มันกลับมาพร้อมกับเวลาฉายถึง 3 ชั่วโมง!

     Hello, everyone.~ เป็นอย่างไรกันบ้างคะทุกคนนน 3 กลับมาพบกับโลลิกันอีกแล้วนะคะ แต่ถ้าใครยังไม่รู้จักโลลิ งั้นโลลิจะขอแนะนำตัวก่อน แท้มมม My name is Loli ค่าาา โลลิเป็นสาวน้อยตัวสั้นๆ หน้ากลมๆ ที่หลงรักการไปเที่ยว ดูหนัง แต่งหน้า กิน และแต่งตัว ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่าาา      เอาล่ะ! เข้าเรื่องเลยละกัน วันก่อนโลลิได้ไปดูหนังสยองขวัญชื่อดังกับเพื่อนที่โรงหนังเซนทรัลปิ่นเกล้าชั้น 5 ซึ่งเป็นโรงหนังที่ใหญ่พอสมควรเลย ตอนนั้นเป็นเย็นวันศุกร์ คนในโรงค่อนข้างเยอะ แต่ไม่มากเท่าไร ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาที่มาดูหนังกันหลังเลิกเรียน อยากบอกว่า 'It Chapter 2' ที่กลับมาครั้งนี้ ไม่ได้กลับมาเล่นๆ แต่เวลาหนังยาวนานถึง 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว ชนิดที่ ถ้าจะดูละก็เตรียม Popcorn น้ำ และผ้าห่มไปดูด้วยได้เลย ฮ่าๆ     ก่อนจะเริ่มรีวิว เรามาทำความรู้จักหนังเรื่อง 'It' กันก่อนดีกว่าเนอะ ^^(ขอขอบคุณรูปจาก https://www.syfy.com/syfywire/fan-creates-thrilling-concept-trailer-for-it-chapter-2-starring-jessica-chastain-and-more)     It เป็นหนังที่มาจากนวนิยายของ สตีเฟ่น คิง บอกเล่าเรื่องราวในเมือง เดอร์รี รัฐเมน ที่จะเกิดเหตุการณ์ประหลาด โดยจะมีเด็กๆ หายสาบสูญไปในทุกๆ 27 ปี เชื่อกันว่าเป็นฝีมือของ ตัวตลกเพนนี ไวส์    เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ บิลล์ เดนโบรห์ มีน้องชายที่ชื่อว่า จอร์จี้ ในวันหนึ่งที่ฝนตก เขาได้ปล่อยให้น้องชายตัวเองออกไปเล่นเรือกระดาษเพียงลำพัง จอร์จี้ได้พบกับตัวตลกเพนนี ไวส์ และได้หายสาบสูญไป นั่นเป็นปมในใจของบิลล์อย่างมาก เท่านั้นยังไม่พอ เด็กคนอื่นๆ ในเมืองก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยเช่นกัน     นอกจากความน่ากลัว เลือดสาดของหนังเรื่อง IT แล้ว หนังยังเล่าถึงประเด็นของจิตวิทยาที่ให้เพนนี ไวส์ เป็นตัวแทนเปรียบเสมือนความกลัวที่เด็กๆ จากกลุ่มขี้แพ้ทุกคนต้องเผชิญและก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ ซึ่งหนังได้เล่นและเล่าถึงความกลัวในจิตใจของตัวละครแต่ละตัวได้ออกมาเป็นอย่างดี (ขอขอบคุณรูปจาก https://www.dazeddigital.com)      ส่วนใน IT Chapter 2 นั้น ได้เล่าถึงเรื่องราวการกลับมาของเจ้าตัวตลกเพนนี ไวส์ หลังจากผ่านไป 27 ปี 'มัน' ได้นำความกลัวในจิตใจมาหลอกหลอนกลุ่มเด็กขี้แพ้อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่ากลุ่มเด็กขี้แพ้นี้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม แต่ความกลัว ก็ยังคงฝังอยู่ในจิตใจ     หนังยังคง Concept เดิมได้เป็นอย่างดี นั่นคือการนำความกลัวในจิตใจของเด็กมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง แต่เหมือนเรื่องหลักในภาคสองนี้จะเป็นการเล่าถึงความพยายามในการหาวิธีกำจัดเจ้าตัว IT นี่มากกว่า หนังมีความยาวถึง 3 ชั่วโมง โดยมีทั้งฉากหลอนเลือดสาด ตื่นแต้น และช่วงที่ดำเนินไปอย่างเอื่อยๆ ด้วยเช่นกัน แต่ในความรู้สึกของโลลิ โลลิคิดว่า หนังมีการกระจายฉากความหลอนได้ดี แต่ช่วงต้นเรื่องกลางเรื่องจะมีบางฉากที่หนังค่อนข้างดำเนินไปอย่างเอื่อยเฉื่อย ซึ่งถ้าใครที่ต้องการความตื่นเต้นตลอดเวลา ฉากหลอนอัดแน่นตลอดเรื่อง ก็อาจจะรู้สึกว่าหนังค่อนข้างน่าเบื่อและเรื่อยๆ แต่ขอบอกเลยว่า ช่วงตอนท้ายเรื่องนี่แหละสำคัญมาก เพราะมันจะอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น และความหลอนที่ซัดมาอย่างไม่ให้เราได้หยุดพัก (ขอขอบคุณรูปจาก https://www.amarintv.com/entertainment-update/movie-343/412155/)(ขอขอบคุณรูปจาก https://www.majorcineplex.com/news/who-is-pennywise)    ในสำหรับของตัวเนื้อเรื่อง โลลิคิดว่า เป็นเนื้อเรื่องที่ถูกวางโครงออกมาได้เป็นอย่างดี หนังดูแล้วเข้าใจ ไม่งง แม้ว่าคนที่ไม่เคยดูภาคแรกมาก่อนก็สามารถดูภาค 2 ได้อย่างเข้าใจสบายมากๆ อีกทั้งหนังได้ให้ข้อคิดมากมายกับคนดู ในส่วนของตัวเรื่องโลลิค่อนข้างประทับใจเลย     แต่ในตัวความหลอน โลลิคิดว่า ถ้าดูชิวๆ ไม่เทียบกับภาคแรกก็โอเคอยู่ แต่ถ้าเทียบกับภาคแล้วจะรู้สึกว่าภาคนี้ยังไม่จัดเต็มขนาดนั้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังรู้สึกว่า หนังยังอัดความหลอนมาให้เราไม่แน่นมากเท่าที่ควรอยู่ดี จะมาแน่นและเข้มข้นก็ตอนท้ายๆ (ขอขอบคุณรูปจาก https://www.youtube.com/watch?v=xhJ5P7Up3jA)          เอาล่ะ เรามาเริ่มให้คะแนนกันเถอะ! สำหรับ IT Chapter 2 นี้ โลลิขอให้ 8/10 หักไป 2 คะแนน เพราะรู้สึกว่าการดำเนินเรื่องบางตอนยืดไปหน่อย แถมความหลอนยังไม่แน่นเท่าที่คาดหวังไว้ แต่ที่เหลือก็ถือว่าประทับใจค่าาาา        ฮ้าาาาา เป็นอย่างไรกันบ้างค้าาาา นี่เป็นเพียงความเห็นของโลลิ ยังไงก็ลองไปดูกันได้เลยน้า ชอบไม่ชอบอย่างไรก็สามารถมาแลกเปลี่ยนบอกเล่ากันได้ค่า ทีนี้ ก็หมดเวลาสนุกแล้วสิเนอะ T^T ขอบคุณที่เข้ามาอ่านบทความของโลลิกันน้า                                                                                                                                                                                                      By.Loli      

หากชีวิตเหมือนหนีงสือเล่มหนึ่ง [CHAPTER 2 ]
อ่าน

หากชีวิตเหมือนหนีงสือเล่มหนึ่ง [CHAPTER 2 ]

บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลง    จากความเดิมตอนที่แล้วที่ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นผ่านตัวละครที่มีชื่อว่า เอที วันนี้เราจะพาทุกท่านเข้าสู่บทต่อไป มาดูกันซิว่าชีวิตของเค้านั้นเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร เหมือนเดิมนะครับอยากให้ทุกคนหาที่นั่งที่สบายๆ บรรยากาศดีๆ เปิดใจให้กว้าง ทำสมองให้โล่ง ไม่ว่าคุณจะเจอเรื่องอะไรมามันเป็นอดีตไปแล้วครับอยากให้ทุกท่าน ได้ลองนั่งอ่านบทความนี้ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองถ้าพร้อมกันแล้วไปเริ่มกันเลย      หลังจากที่อทีได้ถูกส่งไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นบ้านของอาม่าซึ่งมีกันอยู่ 5 คน ตอนนั้นเขามีอายุได้เพียง 5 ขวบเท่านั้นได้เดินทางจากบ้านมาโดยที่ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นสิ่งที่จำได้มีเพียงแค่ป๊ากับม้าที่มาส่งกับคำพูดที่ว่า "อยู่นี่นะ" แล้วก็จากไปแบบงงๆ ในช่วงแรกๆเอทีต้องใช้ชีวิตแบบเรื่อยๆเปื่อยๆไปวันๆแบบอยู่คนเดียวเพราะยังไม่สนิทจากคนในบ้านที่สนิทจริงๆก็คงมีแต่อาม่าเท่านั้นในช่วงแรก และด้วยความที่เป็นด็กคนเดียวในบ้านจึงทำให้ต้องใช้ชีวิตลูกโทนเล่นคนเดียวแล้วบางครั้งก็ต้องพูดคนเดียว        เนื่องด้วยเอทีไม่ได้เป็นเด็กปกติมาตั้งแต่แรกจึงมีพัฒนาการที่ช้ากว่าคนทั่วไปหลายด้านจึงทำให้ต้องมีคนเข้าใจเค้ามากกว่าปกติ ด้วยเหตนี้เองทำให้ตั่วโกว(พี่สาวพ่อ) ต้องเข้ามาดูแลแบบไม่ตั้งใจในอีกมุมนึงกลับกลายเป็นโอกาสของเอทีไปโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ตั่วโกวนั้นได้ทำการสอนทุกสิ่งทุกอย่างให้ แต่สิ่งที่น่าจะสำคัญที่สุดในชีวิตของเอทีก็น่าจะเป็นการได้รู้จักออกมาใช้ชีวิต ได้ถูกมองว่าตัวเองก็เหมือนคนทั่วไป ซึ่งแตกต่างจากที่ผ่านมา ตั่วโกวได้คอยหยิบยื่นโอกาสดีๆให้กับเอทีอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าในบางครั้งหรือในหลายๆครั้งตัวเอทีเองจะไม่ยอมรับมันแต่ตัวโกวก็พยามหยิบยื่นให้จนสุดความสามารถจนบังครั้งมันการเป็นการบังคับและขัดใจไปในที่สุด มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เอทีได้ถูกยัดเยียดการแยกตัวประกอบพหุนามให้(มันก็เป็นการบ้านของมันที่ต้องส่งแหละ 555)นั่นคือการถูกบังคับให้เขียนสูตรกำลังสองสมบูรณ์โดยที่ไม่เต็มใจ จึงได้มีการทะเลาะกันเกิดขึ้น [เอที : "ผมไม่เขียนหรอกนะมันจะทำให้สมุดเลอะเทอะ" ตั่วโกว : "ไม่เขียนก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวเขียนเอง" ]  แล้วแกก็เขียนเองจริงๆ แต่นั่นมันก็เป็นสิ่งที่เอทีได้ประโยชน์มาโดยไม่รู้ตัว แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับที่เวลาเราจะได้อะไรมามักจะต้องแรกกับอะไรมาเสมอ อย่างเช่นเรื่องนี้ตัวผู้ใหญ่เองก็รู้ดีว่าเด็กเองก็ไม่อยากทำ ใจนึงก็ไม่อยากบังคับใจนึงก็รู้ดีว่าถ้าไม่ทำเด็ก็ไม่อาจก้าวต่อไปได้ บางอย่างก็มักจะต้องแลกด้วยความรู้สึก แต่สักวันนึงเราจะรู้ว่าสิ่งที่คนๆนี้ทำให้เราเราจะรับรู้ได้ว่าเขาทำไปเพื่อใคร มันจะตอกย้ำตัวเราว่าเราได้อะไรมา เชื่อเหลือเกินครับว่ามีหลฃายๆบ้านหรือว่าเด็กหลายๆคนอาจจะถูกบังคับหรือว่าขัดใจกันอยู่ไม่น้อย หลายคนอาจจะไม่พอใจ อาจจะโกรธ แต่ขออยากให้รู้ไว้เค้าไม่เคยหวังร้ายกับคุณเลย และเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์เสมอเพราะว่ามันคือ .รักแบบไร้เงื่อนไข"    เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับ Chapter นี้เพลิดเพลินกันหรือเปล่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆเท่านั้นไว้ในตอนถัดไปเรามาดูกันว่าเอทีได้รับคำสอนอะไรอีกบ้างคำสอนแบบไหนที่จดจำมาถึงวันนี้พบกันใหม่ในตอนหน้า Your time is limited, so don’t waste it living someone else’s life.เวลาของคุณมีจำกัด อย่าใช้ไปกับชีวิตของคนอื่นอย่างสูญเปล่า                                                                                          เครดิตภาพปก โดย Ross Findon   ภาพที่ 1 โดย Jan Kopřiva   ภาพที่ 2 โดย Maksym Tymchyk 🇺🇦  ภาพที่ 3 โดย  Kelli McClintock ภาพที่ 4 โดย  Tyler Nixเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

เปิดประวัติ ‘Brave Girls’ เกิร์ลกรุ๊ปสุดแกร่งกับปาฏิหาริย์ของวงการ K-POP
อ่าน

เปิดประวัติ ‘Brave Girls’ เกิร์ลกรุ๊ปสุดแกร่งกับปาฏิหาริย์ของวงการ K-POP

เปิดประวัติ ‘Brave Girls’ เกิร์ลกรุ๊ปสุดแกร่ง กับปาฏิหาริย์ของวงการ K-POPเรียกได้ว่าเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่มาแรงที่สุดวงหนึ่งของเกาหลีในปี 2021 นี้เลยก็ว่าได้สำหรับสาว ๆ ‘Brave Girls’ จากค่าย Brave Entertainment ที่จุดกระแสเพลงเก่าให้กลับมาติดชาร์ต และทำลายสถิติต่าง ๆ ภายในไม่กี่วันหลังกลับมาติดชาร์ต จนกลายมาเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปลูกรักของชาวเกาหลีไปแล้วเรียบร้อย ไม่รอช้า เราไปทำความรู้จักกับสมาชิกปัจจุบันทั้ง 4 คนกันดีกว่า!ประวัติสมาชิกMinyoung | มินยองStage Name : Minyoung (민영)ชื่อจริง : Kim Min Young (김민영) (คิม มินยอง)ตำแหน่ง : Main Vocalist, Main Dancerวันเกิด : 12 กันยายน ค.ศ. 1990กรุ๊ปเลือด : ABInstagram : @nyong2yaYouTube : 민영타임 Minyoung Time- มินยองเกิดที่อินชอน เกาหลีใต้ และเข้าเรียนที่ Hanyang University Dance Arts โดยมีสาขาหลัก คือ การเต้นรำแบบดั้งเดิมของเกาหลี โดยเธอมีความสามารถที่โดดเด่นทั้งการเต้นรำ บัลเล่ต์ และการแสดง- มินยองเป็นเด็กฝึกตอนอายุ 21 ปี แล้วเคยอยู่วงเกิร์ลกรุ๊ป ZZBest ก่อนเข้าร่วม Brave Girls ในปี 2015- นอกจากความสามารถด้านการร้องที่ไม่ธรรมดาแล้ว เธอยังมีเรียวขาที่สวยมาก จนได้เป็นหน้าปกของมินิอัลบั้ม ‘High Heels’- เธอยังเป็นคนที่นอนหลับลึกที่สุดในวง อีกทั้งยังเป็นคนที่สนุกสนานตลอดเวลา- เมนูโปรดของเธอคืออาหารที่มีรสเผ็ด ซูชิ และน้ำผลไม้ โดยเธอไม่ชอบกาแฟ และหอยหรือปลาน้ำจืด- เพลงโปรดของมินยอง คือ ‘Expectations’ ของ Lauren และเพลงของ KehlaniYujeong | ยูจองStage Name : Yujeong (유정)ชื่อจริง : Nam Yu Jeong (남유정) (นัม ยูจอง)ตำแหน่ง : Vocalist, Visualวันเกิด : 2 พฤษภาคม ค.ศ.1991กรุ๊ปเลือด : ABInstagram : @braveg_yjYouTube : 유랄라Youlalla- ยูจองเกิดที่เมืองซูวอน เกาหลีใต้ และเข้าศึกษาที่ Sungshin Women’s University ในสาขา Media Communications อีกทั้งยังเคยเรียนโรงเรียนนานาชาติในฮ่องกง ทำให้เธอสามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง- เธอเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ Brave Girls ในปี 2015- ยูจองถูกเลือกให้เป็นสมาชิกที่มีความน่ารักมากที่สุด ด้วยภาพลักษณ์และนิสัยขี้เล่นของเธอ โดยเธอยังเคยเลียนแบบท่าทางของ CEO อย่าง Brave Brothers อีกด้วย- แม้ว่าจะขี้เล่นแต่เธอก็เป็นสมาชิกที่ช่างพูดมากที่สุดในวง  และมักเป็นคนให้กำลังใจเพื่อน ๆ ในวงเสมอ- งานอดิเรกของยูจองคือการพาสุนัข 3 ตัวเดินเล่นในทุก ๆ วัน อ่านหนังสือ และฟังเพลงของ Jannabi โดยเธอยังเป็นแฟนเพลงตัวยงของ ‘เรน’ อีกด้วย- อาหารสุดโปรดของเธอ คือ ต็อกบกกีและซูชิ แต่ไม่ชอบขนมหวานและแตงสุด ๆ- ยูจองเคยปรากฏตัวบนแพคเกจมันฝรั่งทอด Kkobuk ด้วยการทุ่มเทของเหล่าแฟนคลับ ที่รวมตัวกันซื้อหุ้นของบริษัทขนมและลงชื่อเสนอให้เธอ- ยูจองยังเคยได้เข้าร่วมแข่งขันรายการเซอไววัล The Unit ร่วมกับอึนจี และคว้าอันดับที่ 37 ของรายการEunji | อึนจีStage Name : Eunji (은지)ชื่อจริง : Hong Eun Ji (홍은지) (ฮง อึนจี)ตำแหน่ง : Main Rapper, Lead Dancer, Vocalist, Centerวันเกิด : 19 กรกฎาคม ค.ศ.1992กรุ๊ปเลือด : ABInstagram : @bg_eunji92- อึนจีเกิดที่เมืองยอซู จังหวัดซอลลาใต้ เกาหลีใต้ และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Myongji ในสาขาภาพยนตร์และดนตรี- อึนจีเข้าร่วม Brave Girls ในปี 2015- อึนจีมีจุดเด่นคือดวงตาของเธอที่มีความกลมโต อีกทั้งร่างกายของเธอมีความยืดหยุ่นมาก โดยเธอยังสามารถแสดงท่าเต้นที่มีความผาดโผนได้ดี- อึนจีเป็นสมาชิกอีกคนของวง ที่ขึ้นชื่อว่าพูดเก่งที่สุด- สิ่งที่แรกที่เธอมักทำหลังตื่นนอน คือการเช็คโทรศัพท์ของเธอ- อาหารสุดโปรดคืออาหารตะวันตก รวมไปถึงอาหารที่มีรสจัดและสมูทตี้สตรอว์เบอร์รี่ โดยเธอไม่ชอบอาหารทะเลเกือบทุกชนิด- อึนจียังได้เข้าร่วมแข่งขันรายการเซอไววัล The Unit ร่วมกับยูจอง โดยเธอสามารถคว้าอันดับ 48 ของรายการ- นอกจากนี้หลาย ๆ คนอาจะเคยคุ้นหน้าเธอกับการร่วมแสดงในเพลงโปรโมท ‘Spring’ ของรุ่นพี่ Park Bom ในรายการ QueendomYuna | ยูนาStage Name : Yuna (유나)ชื่อจริง : Lee Yu Na (이유나) (อี ยูนา)ตำแหน่ง : Lead Vocalist, Lead Dancer, Rapper, Maknaeชื่อจริง : 6 เมษายน ค.ศ.1993กรุ๊ปเลือด : AInstagram : @u.naleeYouTube : 나는유나다- ยูนาเกิดที่เจจู เกาหลีใต้ และเข้าร่วมเป็นสมาชิก Brave Girls ในปี 2015- เธอไว้ผมบ๊อบมาตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ที่หลาย ๆ คนเปรียบว่าเธอเหมือนเด็กผู้ชาย- งานอดิเรกของยูนาคือการอ่านบทกวี ดูหนังสยองขวัญ รวมไปถึงการวาดภาพ และจัดภาพต่าง ๆ ใน Instagram- ในช่วงมัธยมเธอยังเคยเป็นสมาชิกวงดนตรีร็อคของโรงเรียนอีกด้วย- ยูนายังได้รับใบอนุญาตบาริสต้า เมื่อเดือนธันวาคมปี 2020 ที่ผ่านมาอีกด้วย- อาหารสุดโปรดของเธอคืออาหารเกาหลี และช็อกโกแลตมิ้นต์ โดยเธอไม่ชอบทานพุดดิ้งและซูชิ รวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เธอไม่แตะเลย- ยูนาเคยเข้าร่วมแข่งขันรายการเซอไววัล The Unit เช่นเดียวกัน แต่น่าเสียดายที่เธอไม่ผ่านการออดิชั่นในรอบแรกไปได้- ชาวเน็ตเกาหลีหลายคนลงความเห็นว่าบางมุมของ เธอดูคล้าย ไอรีน Red Velvetเพลง Rollin' ที่กลับมาเป็นไวรัลสุดฮิต หลังจากปล่อยมากว่า 4 ปีWe Ride เพลงล่าสุดของวงเมื่อปี 2020 ที่กลับมาเป็นกระแสได้อีกครั้ง หลังจากที่คนเริ่มหันมาสนใจวงDeepened เพลงเปิดตัวของสาว ๆ Brave Girls กับสมาชิกปัจจุบันทั้ง 4 คนติดตาม Brave Girls ได้ที่ Youtube : Brave Girls 브레이브걸스Twitter : @bravegirlsInstagram : @bravegirls.officialFacebook : bravegirls.officialบทความที่น่าสนใจ- ชวนรู้จักกับ ‘ยูน’ STAYC สาวน้อยเสียงใส กับใบหน้าที่เหมือนตุ๊กตา- เปิดประวัติ PURPLE KISS เกิร์ลกรุ๊ปมากความสามารถดีกรีน้องสาว MAMAMOO- 8 เพลงเกิร์ลกรุ๊ป K-POP ที่ทำเอาแฟนคลับถึงกับ ‘งง’ หลังจากที่ได้ฟังครั้งแรก! Source รูปภาพ : FB bravegirls.official (Cover) (1) (2) (3) (4) (5)คลิปวิดีโอ : Youtube Brave Entertainment (1) (2) (3)      

Chapter 1: Project Management คืออะไร?
อ่าน

Chapter 1: Project Management คืออะไร?

ไม่รู้ว่าอะไรดลจิตดลใจ อยู่ดีๆ ตัวผู้เขียนเองก็เกิดนึกครึ้มขึ้นมาว่าเราอยากจะแชร์เรื่องราวจากประสบการณ์ของตัวเองไว้เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ แก่ผู้ที่สนใจ ซึ่งก็นึกอยู่พักใหญ่ว่าจะเอาเนื้อหาอะไรมาเล่าสู่กันฟังก่อนดี จึงลองมองหาจากสิ่งที่ตัวเองมีก่อนว่าประสบการณ์อะไรที่คิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านได้ จึงบังเกิดไอเดียที่จะเขียนบทความในสิ่งที่ตัวผู้เขียนเองได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาจากการทำงานด้านการบริหารโครงการ (Project Management) เอาหละก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารโครงการ ขอเกริ่นนำถึงประวัติของตัวผู้เขียนเองสักเล็กน้อย ผู้เขียนเองปัจจุบันได้เกษียณตัวเองจากงานประจำที่ทำอยู่ และมีโอกาสได้ทำงานด้านการบริหารโครงการมาหลากหลายโครงการ ทั้งโครงการของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือแม้แต่หน่วยงานเอกชนต่างๆ ซึ่งมูลค่าโครงการที่ทำมาถือเป็นโครงการที่ค่อนข้างใหญ่มีมูลค่าหลักร้อย หลักพันล้านบาท ประสบการณ์จริงที่ได้เก็บเกี่ยวมาหลายปี ผู้เขียนจึงอยากจะแบ่งปันเรื่องราวให้กับผู้ที่สนใจ และหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับธรรมชาติของงานโครงการในลักษณะงานที่เป็นรูปแบบงานโครงการ (Project-based) ส่วนใหญ่มักจะแบ่งระยะการดำเนินงานของโครงการ (Project phase) ออกเป็นสามระยะหลักๆ ดังนี้ระยะแรก:  Pre-project (การเตรียมโครงการ) ซึ่งในระยะนี้จะเป็นการเตรียมงานของโครงการ การออกแบบเนื้องานของโครงการ การกำหนดเงื่อนไข การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของโครงการ การกำหนดกฎเกณฑ์ และข้อบังคับของโครงการ ผลลัพธ์ที่จะได้มาของระยะนี้คือ ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) หรือเอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอ (Request for Proposal: RFP) ทั้งนี้อาจรวมถึงขั้นตอนในการยื่นข้อเสนอ (Proposal submission) เพื่อการเข้าประมูล (Bidding) และอาจรวมถึงกระบวนการต่างๆ หลังจากการประกาศผู้ชนะ  ซึ่งยังมีอีกหลายกระบวนการย่อยที่มีรายละเอียดอีกค่อนข้างเยอะสำหรับงานส่วน "Pre-project" ไว้ผู้เขียนจะเล่าให้ฟังอีกครั้งในบทต่อๆ ไปนะครับระยะที่สอง: Project Rolled-out (การเริ่มงานโครงการ) หรืออาจจะเรียกว่า Design and Build (การออกแบบและพัฒนา) จะเป็นช่วงการดำเนินงานที่ผู้ชนะการประมูลจะต้องดำเนินการตามขอบเขตที่ระบุไว้ใน TOR หรือ RFP ภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดของการส่งมอบงานตามงวดงาน ซึ่งกรอบระยะเวลาการส่งมอบงานในแต่ละงวดงาน มักจะถูกกำหนดลงในร่างขอบเขตของงาน (TOR)ระยะที่สาม: Warranty (การรับประกัน) โดยมักจะมีระยะเวลารับประกันงานโครงการอย่างน้อย 1 ปี ที่ผู้ชนะการประมูลจะต้องดูแลต่อไปหลังจากตรวจรับและส่งมอบงานเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหากเป็นหน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ก็มักจะมีหนังสือแจ้งให้เริ่มงานในแต่ละระยะ หรือแม้แต่หน่วยงานเอกชนเองก็อาจจะมีเอกสารแจ้งให้ดำเนินการเหมือนกันหัวใจของการบริหารโครงการเอาหละครับ ที่กล่าวมาข้างต้น ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติของงานลักษณะโครงการเสียก่อน สำหรับการบริหารโครงการมักจะเกี่ยวข้องกับงานในระยะที่สองและสามเป็นหลัก ซึ่งในบางครั้งอาจจะรวมถึงการบริหารงานในระยะแรกด้วย แล้วการบริหารโครงการ (Project Management) คืออะไร? ผมขอใช้ภาษาง่ายๆ เลยนะครับ การบริหารโครงการก็คือ การกำกับดูแลเพื่อให้การส่งมอบงานเป็นไปตามขอบเขตของงานและเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด พูดให้ง่ายกว่านี้ก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้งานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดและเป็นไปตามขอบเขตคุณลักษณะของโครงการ ซึ่งหัวใจหลักสำคัญของ Project Management ก็คือ Time (ระยะเวลา) และ Cost (ต้นทุน) โดยจะมีผู้ที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการ ซึ่งก็คือผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จะต้องดำเนินงานและบริหารเวลาให้การส่งมอบงานเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดโดยก่อให้เกิดความล่าช้าที่น้อยที่สุด อีกทั้งยังต้องควบคุมต้นทุนที่เกิดขึ้นให้อยู่ในงบประมาณที่ได้ประมาณการไว้ ทั้งนี้เพื่อให้งานที่ส่งมอบมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมากที่สุด ผู้เขียนขอเสนอเพิ่มหลักสำคัญอีกสองประการ ที่ตัวผู้เขียนเองมักจะยึดหลักปฏิบัติสำหรับการบริหารโครงการอย่างมืออาชีพมาโดยตลอด ซึ่งก็คือ Scope (ขอบเขตงาน) และ Quality (คุณภาพของงาน) บทสรุป Chapter 1ใจความของบทนี้ที่ผู้เขียนได้อธิบาย เพื่อต้องการให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมธรรมชาติของงานโครงการ รวมถึงหัวใจหลักสำคัญของการทำการบริหารโครงการ (Project Management) เพื่อให้เกิดภาพของความเข้าใจเสียก่อน ก่อนจะลงลึกในบทถัดๆ ไป ซึ่งผู้เขียนตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ในขั้นตอนการทำงานสำหรับผู้ที่สนใจ หรือผู้ที่ต้องการศึกษา หรือผู้ที่กำลังทำงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโครงการ โดยจะเล่าถึงขั้นตอนในแต่ละระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำ Pre-project ว่ากว่าจะมาเป็นโครงการนั้นมีความยุ่งยากอย่างไรบ้าง รวมถึงแนวทางการดำเนินงานเพื่อเตรียมตัวสำหรับการทำงานด้านการบริหารโครงการ อาทิเช่น การจัดทำต้นทุน การจัดทำ Cash flow การจัดทำแผนแม่บท (Master plan) การจัดทำแผนการส่งมอบงานย่อย (Project Delivery plan) เป็นต้น ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่านนะครับ และขอให้ผู้อ่านทุกท่านติดตามในบทต่อๆ ไปที่ผู้เขียนจะเขียนมาให้อ่านอีกต่อๆ ไปนะครับภาพประกอบหน้าปก ภาพปก 1 โดย fauxels จาก pexels.comภาพที่ 1 โดย Pressfoto จาก freepik.comภาพที่ 2 ภาพทำเองจาก Powerpointภาพที่ 3 ภาพทำเองจาก Powerpointภาพที่ 4 โดย Mikael Blomkvist จาก pexels.comเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ญาติเศร้าไร้ปาฏิหาริย์ พบร่างแล้วยายวัย70 ปั่นจักรยานหายจากบ้าน ตกคลองจมดับ
อ่าน

ญาติเศร้าไร้ปาฏิหาริย์ พบร่างแล้วยายวัย70 ปั่นจักรยานหายจากบ้าน ตกคลองจมดับ

ไม่มีปาฏิหาริย์ ญาติเศร้าพบร่างยายชื่น อายุ 70 ปี ปั่นจักรยานหายออกจากบ้าน 2 วัน จนท.พบตกคลองจมน้ำเสียชีวิต ห่างจากบ้าน 3.8 กม. จากกรณี นางชื่น ไกรเนตร อายุ 70 ปี ชาวบ้านโรงกาแฟ ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปั่นจักรยานหายออกจากบ้าน เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 64 ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 1 มิ.ย. ทางกู้ภัยระดมกำลังจาก 2 มูลนิธิมาช่วยกันดำน้ำหาหลักฐาน เนื่องจากบ้านของนางชื่น อยู่ติดกับคลองชลประทานขนาดใหญ่ โดยญาติสงสัยว่าอาจปั่นจักรยานตกลงไปในคลอง และพบจักรยานตกอยู่ในคลองห่างจากบ้านเพียง 100 เมตร แต่ยังไม่พบร่าง ล่าสุด วันที่ 2 มิ.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมชุดประดาน้ำมาทำการค้นหาภายในคลองอีกครั้ง และประสานขอความอนุเคราะห์จากชลประทาน ให้ปิดทางน้ำเพื่อสะดวกแก่การค้นหาผู้สูญหาย ขณะที่กู้ภัยได้ค้นหาภายในคลองแบบปูพรมหน้ากระดาน ก็พบร่างผู้เสียชีวิตในคลองซอย สาย 54 ซ้าย บ้านหนองตาเสือ ต.กุยบุรี จึงแจ้งไปยัง ร.ต.อ.สมยงค์ บานเย็น พนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี และรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นประตูน้ำในคลองซอย สาย 54 ซ้าย และมีทางตัด พบร่างผู้เสียชีวิตติดคาอยู่บริเวณปากท่อ และเมื่อทางชลประทานปิดน้ำจนลดลง ร่างผู้เสียชีวิตก็ลอยเข้าไปในท่อและโผล่มาอีกฝั่งหนึ่ง เมื่อนำขึ้นมา ทางญาติก็ยืนยันว่าเป็นร่างของนางชื่นจริง จากนั้นจึงได้ให้แพทย์มาทำการตรวจสอบ และทางญาติไม่ได้ติดใจการเสียชีวิต จึงให้นำร่างผู้ตายไปดำเนินการทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ไร้ปาฏิหาริย์ พบศพ แตงโม นิดา แล้ว!
อ่าน

ไร้ปาฏิหาริย์ พบศพ แตงโม นิดา แล้ว!

ข่าวบันเทิงวันนี้ ไม่มีปาฏิหาริย์ 13.10 น. ยืนยันพบศพ "แตงโม นิดา" กลางแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ห่างจากกองบัญชาการท่าเรือพิบูลสงคราม1 ซึ่งไม่ไกลจากสถานที่ ที่ทีมกู้ภัยหาร่างอยู่เจ้าหน้าที่กำลังกางผ้าใบ และตรวจสอบศพที่พบ แต่อย่างไรก็ตามได้รับการยืนยันจาก พี่ชายของแตงโมแล้วว่าเป็นศพของแตงโมจริง ซึ่งทีมงานสื่อมวลชนหลายสื่อพร้อมใจกันไม่ถ่ายภาพศพ พี่ชายแตงโมให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตา ตอนนี้ฮิปโปเพื่อนสนิท และเบิร์ด แฟนหนุ่มของแตงโม และคุณแม่ของแตงโมถึงสถานที่พบศพแล้ว และตอนนี้แพทย์ชันสูตรพลิกศพในลำดับต่อไป ทีมงานขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของดาราสาวแตงโม ไว้ ณ ที่นี้ด้วย รายงานข่าวแจ้งว่า ตอนนี้ คุณแม่นิดาได้ลงไปยืนยันตัวตน และเบิร์ด แฟนหนุ่มมีใบหน้าที่อิดโรย เข้าไปขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ในงมร่างแตงโมขึ้นมา และแพทย์กำลังชันสูตรพลิกศพเบื้องต้ยของแตงโมในขณะนี้ และกำลังพาร่างของแตงโมไปที่สภ.นนทบุรี ก่อนจะส่งไปชันสูตรต่อที่รพ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรต่อไป! ยศ พี่ชายแตงโม ที่พบศพกลางน้ำ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'แต๊งค์' เดือด! ผู้ชาย 2 คนคือใคร ทำไมอยากปิดข่าว ลั่นเพื่อน 'แตงโม' ไม่กลัวพวกคุณ พี่ชาย "แตงโม" อยากรู้ความจริง จากปากเพื่อน ๆว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น!! เพื่อน "แตงโม" และ คนขับเรือ เข้าพบตำรวจแล้ว! อะตอม สัมพันธภาพ หวังมีปาฏิหารย์ เผย แตงโม เหมือนญาติสนิท ลุ้นทุกวินาที! เปิดไทม์ไลน์ อัปเดตความเคลื่อนไหวค้นหา แตงโม นิดา ตกเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา โบ TK โพสต์ภาพ แตงโม ก่อนตกเรือ ถ่ายกับผู้จัดการส่วนตัว เผื่อเป็นประโยชน์ในการค้นหา! บีบหัวใจ! เบิร์ด แฟนหนุ่มนอกวงการ แตงโม โพสต์เศร้า เธออยู่ไหนทุกคนเป็นห่วง! เอ ศุภชัย โพสต์ภาพคู่ แตงโม ถามลูกอยู่ไหน แม่รออยู่! เจ้าหน้าที่วางทุ่นลอยขยายพื้นที่ค้นหา "แตงโม นิดา" ด้านหน่วยกู้ภัยทางน้ำจะเดินทางมาเพิ่ม 20 คน โม อมีนา เล่านาทีค้นหา แตงโม นิดา แฟนหนุ่ม "แตงโม นิดา" เคลื่อนไหว หลังค้นหาแฟนสาว นานกว่า10 ชั่วโมง คนบันเทิงส่งกำลังใจให้ แตงโม นิดา ปลอดภัย หลังพลัดตกเรือ ยังค้นหาไม่พบ! แห่แชร์คลิป เพื่อนแตงโมคุยแม่ให้ปิดข่าว สงสัยไม่ช่วยทันที #แตงโม พุ่ง เปิดภาพ แม่ "แตงโม นิดา" ร่ำไห้ติดตามภารกิจค้นหาลูกสาว เผยว่ายน้ำเก่ง แฟน ๆ ส่งกำลังใจ ขอให้ แตงโม นิดา ปลอดภัย ดัน #แตงโม ขึ้นเทรนด์ทันที แตงโม นิดา ตกเรือ หายกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่เร่งค้นหา!!

“เจ้าชาย” ที่ไม่รอปาฏิหาริย์  แต่ต้องสร้างขึ้นมาเอง  เพื่อให้โลกน่าอยู่กว่าเดิม
อ่าน

“เจ้าชาย” ที่ไม่รอปาฏิหาริย์ แต่ต้องสร้างขึ้นมาเอง เพื่อให้โลกน่าอยู่กว่าเดิม

เจ้าชายวิลเลียมแห่งราชวงศ์อังกฤษได้แสดงบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและอนาคตของโลก โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเป็นวิกฤตระดับโลกที่ทุกคนต้องร่วมกันเผชิญ ระหว่างการเดินทางไปยังประเทศบราซิลเพื่อร่วมกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุม COP30 ที่จะจัดขึ้นปลายปี 2025 พระองค์ได้ให้สัมภาษณ์กับคริสเตียน อามันปูร์ ผู้สื่อข่าวชื่อดังของ CNN โดยกล่าวถึง “ความวิตกกังวลต่อสภาพภูมิอากาศ” หรือ climate anxiety ซึ่งกำลังแพร่หลายอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่เจ้าชายวิลเลียมกล่าวว่า เขาได้ยินเสียงจากเยาวชนทั่วโลกที่ตั้งคำถามว่า “เราจะได้รับมรดกโลกแบบไหนจากคนรุ่นก่อน” คำถามนี้สะท้อนความรู้สึกสิ้นหวังของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาท่ามกลางภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งไฟป่า น้ำท่วม ภัยแล้ง และอุณหภูมิที่สูงขึ้น พระองค์ยอมรับว่า ความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องจริง แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นพลังในการลงมือทำ พระองค์เชื่อว่าเยาวชนไม่ได้ต้องการแค่คำพูดสวยหรู แต่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ ด้วยแนวคิดนี้ พระองค์จึงก่อตั้งโครงการ Earthshot Prize ในปี 2020 เพื่อมอบรางวัลให้กับบุคคลหรือองค์กรที่คิดค้นนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างสร้างสรรค์ โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประกวดเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นกลไกที่ช่วยผลักดันให้เกิดแนวทางใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวันได้ เจ้าชายวิลเลียมกล่าวว่า Earthshot Prize คือโอกาสในการสร้าง “ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นและช่วยโลกไปพร้อมกัน” ซึ่งเป็นแนวทางที่ผสมผสานระหว่างความยั่งยืนและการพัฒนาเศรษฐกิจในอีกมุมหนึ่ง พระองค์ยังเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวในฐานะพ่อของลูกสามคน ได้แก่ เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายหลุยส์ พระองค์บอกว่า สิ่งหนึ่งที่ทรงชอบพูดกับลูก ๆ ก่อนนอนคือ “โลกใบนี้จะดีขึ้น เพราะยังมีผู้คนเก่ง ๆ และมีหัวใจที่อยากช่วยเหลือโลกอยู่มากมาย” คำพูดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของพระองค์ในการปลูกฝังความหวังและทัศนคติเชิงบวกให้คนรุ่นต่อไป เพื่อให้มองเห็นว่าโลกยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ หากทุกคนร่วมมือกันการเดินทางของเจ้าชายวิลเลียมในครั้งนี้ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก เพราะบราซิลเป็นประเทศที่มีป่าอเมซอน ซึ่งถือเป็น “ปอดของโลก” และจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP30 ในปีหน้า พระองค์ได้เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นโกงกาง เยี่ยมชมพื้นที่อนุรักษ์ และพบปะกลุ่มเยาวชนในโครงการ Generation Earthshot เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในภารกิจปกป้องโลกของเรา การปรากฏตัวของเจ้าชายวิลเลียมในบราซิลครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงภารกิจทางราชการเท่านั้น แต่เป็นการสื่อสารอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม พระองค์แสดงให้เห็นว่าการสื่อสารเรื่องวิกฤตภูมิอากาศไม่จำเป็นต้องใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือ แต่สามารถใช้ “ความหวัง” เป็นพลังขับเคลื่อนได้เช่นกันในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและปัญหาซับซ้อน เสียงของเจ้าชายวิลเลียมจึงเป็นเหมือนคำเตือนใจว่า อนาคตของโลกยังไม่ถูกกำหนด และสิ่งที่จะกำหนดมันได้คือการลงมือทำของเราทุกคน การรักษาโลกไม่ใช่เรื่องของผู้นำหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของมนุษยชาติทั้งหมด หากเรามีความหวังและพร้อมจะลงมือ โลกใบนี้ก็ยังสามารถเป็นบ้านที่สวยงามสำหรับคนรุ่นต่อไปได้อย่างแน่นอน

10 สถานที่จริงจากหนัง จอห์น วิค  John Wick แรงกว่านรก Chapter 1-4
อ่าน

10 สถานที่จริงจากหนัง จอห์น วิค John Wick แรงกว่านรก Chapter 1-4

John Wick ตำนานนักฆ่าหมาตายที่ออกมาได้ถึงภาค 4 หรือ JOHN WICK : CHAPTER 4 เป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่าปิดฉากไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความที่หนังเรื่องนี้ใช้ฉากหลังเป็นโลกปัจจุบันของเรานี่เอง ทำให้ทุกฉากทุกสถานที่นั้นเราสามารถไปเที่ยวจริงๆ ได้ทั้งหมด ใครอยากรู้ว่าเขาไปถ่ายกันที่ไหนบ้างลองมาดูกันได้เลย รีวิวหนัง "John Wick: Chapter 4" ดุดันเกือบ 3 ชั่วโมงเพียงนี้ เหนื่อยบ้างนะ..พี่จอห์น Joe Seer / Shutterstock.com **คำเตือน บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของ John Wick ทั้ง 4 ภาค หากยังไม่ได้รับชมกรุณาหลีกเลี่ยง** รวมที่เที่ยวจริงจากหนังจอห์น วิค John Wick ดู John Wick จอห์น วิค แรงกว่านรก ได้ทั้ง 3 ภาคที่นี่ 1. Continental HotelNew York, USA โรงแรมคอนทิเนนทัล เรียกได้ว่าเป็นเหมือนศูนย์กลางของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ ภายนอกแม้ดูเหมือนที่พักสุดหรูหราหมาเห่าที่หาได้ทั่วไปในนิวยอร์ค ความจริงแล้วมันเป็นสถานที่พักผ่อน และสารพัดบริการทุกระดับประทับใจสำหรับเหล่านักฆ่าทั้งหลายเลยทีเดียว แถมยังเป็นเขตเป็นกลาง มีกฎห้ามฆ่ากันในนี้ด้วย ว่าง่ายๆ มันคือจุดเซฟของจักรวาลนี้นั่นเอง สำหรับสถานที่จริงของที่แห่งนี้ ก็คืออาคาร 1 Wall Street Court เมื่อก่อนตึกนี้ถูกใช้เป็นสำนักงาน มีการเปลี่ยนเจ้าของมาหลายมือ กระทั่งปัจจุบันถูกเปลี่ยนให้เป็นที่พักอาศัยในที่สุด ==================== 2. Bethesda TerraceNew York, USA บริเวณที่เหล่านักฆ่าใช้เป็นแหล่งนัดพบกันประจำ รวมถึงเป็นจุดสุดท้ายในภาค 2 ก่อนที่วินสตันจะให้โอกาสจอห์น 1 ชั่วโมงก่อนออกคำสั่งอัปเปหิจากสมาคมนักฆ่าด้วย สถานที่จริงๆ นั้นอยู่ใน สวนสาธารณะ Central Park สวนที่เป็นดั่งปอดของชาวนิวยอร์คนั่นเองครับ ตรงนี้เป็นมีน้้ำพุ และจุดชมวิวทะเลสาบสวยๆ ด้วย ==================== 3. Piazza della MadonnaLoreto, Italy Anatoly Vartanov/Shutterstock.com หลังจากจอห์นได้รับภารกิจแบบจำยอมมาจากซานติโน่ในภาค 2 เขาก็เดินทางมายังกรุงโรม ตรวจสอบสถานที่ และทางหนีทีไล่ก่อนเป็นอย่างแรกๆ ที่นี่คือ Piazza della Madonna จัตุรัสกลางเมืองที่สำคัญแห่งหนึ่งประเทศอิตาลี และยังเป็นจุดที่อยู่สูงที่สุดของเมืองด้วย ==================== 4. Brooklyn BridgeNew York, USA สะพานบรูคลิน นั้นเป็นโลเคชั่นยอดฮิตสำหรับการถ่ายหนังมากๆ เราจะเห็นที่นี่ได้ในหลายๆ เรื่องเลย โดยตรงนี้จะเป็นฉากที่จอห์นเพิ่งโดนถล่มบ้านไป และพาเจ้าหมาน้อยเดินเท้าไปยังโรงแรมคอนทิเนนทัลนั่นเองครับ ==================== 5. New York Public LibraryNew York, USA ก่อนคำสั่งอัปเปหิจะเริ่มประกาศอย่างเป็นทางการ จอห์นต้องใช้เวลาที่เหลือในการรวบรวมของสำคัญเพื่อเอาชีวิตรอด ที่เขาเก็บไว้ในห้องสมุดสาธารณะเมืองนิวยอร์ค ซึ่งที่นี่ในความจริงนั้นนับเป็นสวรรค์ย่อมๆ ของคนรักหนังสือเลยก็ว่าได้ มีสิ่งตีพิมพ์เก็บไว้ที่นี่ทั้งหมดถึง 53 ล้านเล่ม เป็นห้องสมุดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอเมริกา และใหญ่เป็นอันดับสามของโลกครับ เลยเป็นสาเหตุว่าทำไมบรรณารักษ์ถึงสำคัญมากๆ ที่นี่ ==================== 6. Times SquareNew York, USA จัตุรัส Times Square เองก็เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่ใครมาเที่ยวนิวยอร์คต้องมาให้ได้ เป็นหนึ่งในแยกสุดแสนจะวุ่นวาย ณ ใจกลางเกาะแมนฮัตตัน ที่บ่งบอกความเป็นเมืองใหญ่ของที่นี่ได้เป็นอย่างดี รวมถึงความไม่น่าไว้วางใจของคนที่เดินผ่านไปมา ว่าอาจจะเป็นหนึ่งในมือสังหารที่แฝงตัวอยู่ก็เป็นได้ ==================== 7. Erfoud, Morocco เมื่อหนีหัวซุกหัวซุนมาที่โมร็อคโคแล้ว จอห์นก็ต้องมาทวงสัญญาเลือดที่ทำไว้กับโซเฟีย สถานที่ถ่ายทำก็แน่นอนต้องเป็นเมืองในโมร็อคโคเอง ซึ่งเมือง Erfoud นี้ก็เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนโอเอซิสทางภาคตะวันออกของประเทศ ใกล้กับชายแดนอัลจีเรีย และยังอยู่ในเขตของทะเลทรายซาฮาร่า ทะเลทรายที่กินพื้นที่กว้างที่สุดของโลกด้วย 8. Eiffel Tower, France หอไอเฟล แลนด์มาร์กของปารีส ฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโลกด้วย สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2403 (ค.ศ. 1889) มีความสูง 324 เมตร และด้วยค่าหัวของจอห์นที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงต้องมาเผชิญหน้ากับวายร้ายใหม่ นามว่า The Marquis ที่มีตำแหน่งสำคัญใน the High Tables หรือสภาสูงนั่นเอง 9. The National Art Center, Japan anon_tae / shutterstock.com อย่างที่เรารู้ว่าในภาค 4 จอห์นจะต้องตะลุยภารกิจไปแทบจะทั่วโลก โดยหนึ่งในสถานที่ที่ไฮไลต์มากๆ ก็มีที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย ซึ่งก็สะท้อนภาพของแสง สี เสียง ในเมืองใหญ่ของเอเชียได้เป็นอย่างดี โดย 1 ในสถานที่ถ่ายทำก็อยู่ที่ The National Art Center ที่เมืองโตเกียว ซึ่งถูกใช้เป็น โรงแรมคอนทิเนนทัล สาขาโอซากะนั่นเองครับ The National Art Center เป็นศูนย์ศิลปะแห่งชาติอันสถานที่แสดงศิลปะที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองของกรุงโตเกียว ก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2007) เป็นสถานที่แสดงศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เปิดให้บริการแก่ประชาชนในรูปแบบของการจัดแสดงศิลปะพิเศษ โดยมีการนำเสนองานศิลปะที่ต่างกันออกไปในแต่ละครั้ง รวมถึงการแสดงแสงสี และยังมีการจัดงานนิทรรศการพิเศษ และกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเข้าใกล้ชิดศิลปะสำหรับบุคคลทั่วไปด้วย 10. Sacr-Cur Basilica, France มหาวิหาร ซาเคร-เกอร์ บาซิลิก้า อันเป็นที่ตั้งของฉากไคลแม็กซ์ประจำภาค 4 (ใครยังไม่ได้ดู จะบอกแค่ว่าบันไดที่นี่สูงมากครับ) ซึ่งตั้งอยู่ ณ จุดที่สามารถมองเห็นปารีสได้ทั้งเมืองเลย นอกจากนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางมาเยี่ยมชมแล้ว ยังเป็นสถานที่สําคัญสําหรับการแสวงบุญของชาวคาทอลิกอีกด้วย อ่านเต็มๆ ได้ที่ พิชิตบันได 222 ขั้นแบบ John Wick Style ที่มหาวิหาร Sacr-Cur Basilica ฝรั่งเศส ====================

รอชมปาฏิหาริย์ที่กรุงโรม! เนียงโกลัน หวัง โรม่า จะกลับมาได้ ดั่งเช่นนัดกับ บาร์เซโลน่า
อ่าน

รอชมปาฏิหาริย์ที่กรุงโรม! เนียงโกลัน หวัง โรม่า จะกลับมาได้ ดั่งเช่นนัดกับ บาร์เซโลน่า

รัดย่า เนียงโกลัน กองกลางจอมดุของ เอเอส โรม่า เชื่อว่าทีมของตนจะสร้าง ปาฏิหาริย์ พลิกกลับมาชนะ ลิเวอร์พูล และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก AP Photo/Dave Thompson กองกลางชาว เบลเยี่ยม ระบุว่า เหตุการณ์ที่ หมาป่ากรุงโรม เจอในตอนนี้คล้ายๆ กับรอบที่ผ่านมาที่พวกเขาพ่ายต่อ บาร์เซโลน่า ในเลกแรก 1-4 แต่กลับมาเอาชนะได้ในบ้าน 3-0 ผ่านเข้ารอบด้วยกฎยิงประตูทีมเยือน เราเริ่มต้นได้ดีแต่จากนั้นเราผิดพลาดเยอะเกินไปและเราก็ปล่อยให้คู่แข่งได้มีโอกาสมากมายเกินไปอีกด้วย นี่คือสิ่งที่เราต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เนียงโกลันเปิดใจผ่าน มีเดียเซต พรีเมี่ยม 5-0 เป็นสกอร์ที่ห่างเกินไป แต่เรายิงได้ 2 ลูกและกลับจบเกมด้วยสกอร์ 5-2 ทำให้เรายังมีความหวังในการผ่านเข้าชิงชนะเลิศ เราจำเป็นต้องรวมพลังกันอีกครั้งเหมือนเช่นที่เราเคยเล่นงาน บาร์เซโลน่า มาแล้วด้วยชัยชนะ 3-0 แน่นอนเรารู้ดีว่ามันยากเพียงใด แต่เราพร้อมจะทำปาฎิหาริย์ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง โรม่า ต้องการ 3 ประตู เป็นอย่างน้อย เพื่อที่จะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก http://bit.ly/2HtYS2N ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก http://bit.ly/TrueIDSportsLive ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

Chapter . 1  เติมเต็มด้วยบทเพลง
อ่าน

Chapter . 1 เติมเต็มด้วยบทเพลง

          สำหรับใครหลายคน บทเพลงอาจจะเป็นเหมือน ' สมุดบันทึกความทรงจำ ' พวกเรามักจะซ่อนเรื่องราว หรือแม้แต่ ' ใครบางคน ' ไว้ในเพลงที่เราฟัง แต่จะมีสักกี่คน ที่เลือกฟังเพลงเพื่อเติมเต็ม ' บางสิ่ง ' ให้กับตัวเอง          สวัสดีค่ะ นี่เหงาเอง สำหรับบทความแรก เหงาขอเปิดเป็นการแนะนำการฟังเพลงสไตล์เหงาก่อนนะคะ เริ่มแรกเลย เหงาขอถามก่อนว่ามีใครไม่เคยฟังเพลงไหมคะ แน่นอนว่าคงไม่แหละเนอะ บทเพลง เป็นสิ่งที่สามารถให้ความรู้สึกกับเราได้มากมายเลยค่ะ เราบางคนฟังเพลงด้วยจุดประสงค์ที่ (เกือบจะ) ต่างกัน ไม่ว่าจะคลายเครียด ให้กำลังใจ หรือแม้แต่ฟังเพื่อระบายความรู้สึกบางอย่างที่ตรงกับตัวเองในโมเม้นนั้น ๆ เรียกได้ว่าเพลง เป็นเหมือนตัวแทนชั้นดีให้กับคนฟัง และทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ตามความต้องการของเราแต่ละคน          เหงาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลง สำหรับเหงา เพลงเป็นเหมือนเพื่อนที่อยู่กับเหงาได้ทุกสถานการณ์เลยค่ะ และอีกหนึ่งหน้าที่ที่เหงาให้เพื่อนคนนี้คอยทำให้อยู่เสมอ คือ การเติมเต็มความขาดบางอย่างให้กับตัวเอง          ใช่ค่ะ อีกหนึ่ง Function ที่เหงาใช้ในการฟังเพลง คือ ' เติมเต็ม ' เอาเข้าจริงเหงาว่าเราทุกคนก็ได้ใช้ฟังก์ชันนี้ไปแบบไม่รู้ตัวนะคะ (หรืออาจจะรู้) การที่เราเอาใครบางคนซ่อนไว้ในเพลง เวลาฟังก็นึกถึงเขาคนนั้น ก็เหมือนกับการที่เราใช้เพลงเติมเต็มความรู้สึกให้เหมือนได้เจอเขาอีกครั้ง ได้ย้อนกลับไปเห็นวันเก่า ๆ อะไรทำนองนั้น หรือแม้แต่การฟังเพลงแทนความรู้สึก ก็เป็นการเติมเต็มตัวเราเองเข้าไปในบทเพลง และเติมเต็มคนข้าง ๆ ให้เราไม่รู้สึกว่าอยู่ในโมเม้นนั้นตามลำพัง อย่างน้อยก็มีอะไรที่เข้าใจความรู้สึกของเรา          นั่นหมายความว่า เราเติมเต็มแต่ในสิ่งที่เราเคยสัมผัสมาแล้ว แต่สิ่งที่เหงาจะมาแชร์วันนี้ คือการฟังเพลงเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่เรา ' ไม่เคยสัมผัส '  เช่น การฟังเพลงรัก เพราะไม่เคยได้สัมผัสความรัก           ฟังดูได้กลิ่นมาม่าเลยใช่มั้ยคะ แต่เอาเข้าจริง มันไม่ได้เศร้าขนาดนั้นหรอกค่ะ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สำหรับฟังก์ชั่นนี้ ก็เหมือนกับการที่เราได้มองความรักที่สวยงาม จากในละคร หรือนิยายที่เราได้เห็นได้อ่านนั่นแหละค่ะ แต่เปลี่ยนเป็นการสัมผัสผ่านเนื้อเพลงแทน เพราะในโลกความเป็นจริง หลายครั้งเรากลับได้เห็นความรักในอีกด้าน ยิ่งสำหรับบางคนที่ได้รับความเจ็บปวดก็ถึงกับขยาดกับความรักไปเลย ฉะนั้นการที่เราใช้บทเพลงเพื่อให้ได้มองเห็นในด้านสีชมพูของความรัก เหงาว่ามันก็ดีเหมือนกันนะคะ บางทีเหงาก็แอบคิดด้วยซ้ำ ว่าให้มันสวยงามแค่ในนั้นดีกว่าไหม(ไหนบอกไม่ม่า...)          เอาน่า มันก็ม่าบ้างนิดหน่อยเนอะ แต่ประเด็นหลักที่มาแชร์วันนี้ ก็เพื่อให้ทุกคนที่ได้อ่าน ลองหันมาใช้บทเพลงในการเติมเต็มมุมมองด้านดี ๆ ให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม และใช้มันสัมผัสกับความสวยงามที่หล่นหายไปกันดูนะคะ          ท้ายนี้เหงาก็อยากจะขอขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามา (ถ้ามี 5555) เหงาก็แค่นักเขียนมือใหม่ที่เริ่มอยากจะหาแรงผลักดันอะไรบางอย่างให้กับตัวเอง ถ้าบทความนี้จะถูกใจใครได้บ้างก็คงจะดีไม่น้อยเลยแหละ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ^^ ขอบคุณภาพโดย Pexels จาก Pixabay , Karolina Grabowska จาก Pixabay , Minh Thái Lê จาก Pixabay      

พาชมงาน อีซึงกิ ASIA TOUR: The Dreamer’s Dream – Chapter 2 in Bangkok
อ่าน

พาชมงาน อีซึงกิ ASIA TOUR: The Dreamer’s Dream – Chapter 2 in Bangkok

ผ่านกันไปแล้วกับ 2023 LEE SEUNG GI ASIA TOUR: The Dreamer’s Dream – Chapter 2 in Bangkok ที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ วันที่ 15 กรกฎาคม 2566 ณ ยูเนี่ยน ฮอลล์ 2, ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ ที่ได้จัดขึ้นหลังจากที่อีซึงกิได้มาจัดงานแฟนมีตติ้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2019 ผ่านมาแล้วถึง 4 ปี เราจะพาไปดูบรรยากาศภายในงานกันค่ะครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งของอีซึงกิเลยก็ว่าได้ เพราะทุกครั้งที่มีการจัดงานจะเป็นแนวแฟนมีตติ้งมากกว่า คอนเสิร์ตจัดอยู่ภายใน Hall 2 ส่วนภาพด้านบนนี้คือ Hall 1 คือโซนด้านหน้าที่จะมีกิจกรรมต่างๆ ของคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะเป็นจุดพักผ่อนของไอเรน (ไอเรน คือชื่อที่ใช้เรียกแฟนคลับของซึงกิ) จุดลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ จุดจำหน่ายของที่ระลึก จุดถ่ายรูปทั้ง Photo Booth และ Backdrop บูธของแฟนคลับ รวมถึงจุดบริการเครื่องดื่มผังแสดงตำแหน่งจุดต่างๆ ภายในงาน สำหรับเราที่ได้เข้าไป เราว่าภาพสามารถสื่อสารแจ้งได้ดีเลยค่ะ แต่ภายในงานน่าจะมีป้ายที่บอกตำแหน่งแต่ละจุดที่ชัดเจนมากกว่านี้ค่ะ เพราะเมื่อวานเราเจอคนถามหาจุดจำหน่ายของที่ระลึก และจุดลงทะเบียนจุดถ่ายรูป Backdrop คือใหญ่มากเลยค่ะ แต่แสงแอบสะท้อนฉากไปนิดหน่อย ทั้งสองข้างของ Backdrop ตั้งเป็นช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากไอเรนชาติต่างๆ ช่อดอกไม้แสดงความยินดีนี้เป็นช่อดอกไม้ขนมมาค่ะ ซึ่งหลังจากจบงานแล้ว ทางทีมแฟนคลับจะนำไปบริจาคให้แก่เด็กๆ ต่อไปค่ะจุดบริการเครื่องดื่มนี้ เขาแจกให้กับแฟนคลับและทีมงานทุกคนจุกๆ ไปถึง 400 แก้วเลยค่ะ จากร้าน FOXILI COFFEE เครื่องดื่มอร่อยมากค่ะ 😁สำหรับบรรยากาศโดยรวมของงานถือว่าสถานที่กว้างขวาง แฟนคลับไม่รู้สึกแออัดมากเกินไปจุดถ่ายรูป backdrop คนไม่มากเท่าไหร่รอคิวไม่นานจุดถ่ายรูป Phot Booth คือคนเยอะตลอดเวลาเลยค่ะมีเครื่องดื่มบริการคือปลื้มมากจุดบริการแต่ละจุดยังมีป้ายแสดงไม่ชัดเจนเท่าไหร่ส่วนสำหรับตัวศิลปิน อีซึงกิ นั้น ไม่ต้องเอ่ยอะไรมากเลยค่ะ อีซึงกิคือยังหล่อเหมือนเดิม ร้องเพลงเพราะเหมือนเดิม และพลังเสียงยังคงอลังการเหมือนเดิมเลยค่ะ 😍หากใครพลาดงานในครั้งนี้สามารถแวะไปดูคลิปสั้นๆ จากสื่อที่ได้เข้าถ่ายทำกันได้เลยค่ะhttps://youtu.be/tPU_7nnvXws https://youtu.be/9ll4h78HYek สำหรับไอเรนใหม่ ที่อยากติดตามข่าวสารของซึงกิสามารถติดตามได้ที่แฟนเพจFacebook : Lee Seung Gi Thailand, The 1st Thailand Fansite's Page linkFacebook : Lee Seung Gi Fanmade Thai Airen Fan linkส่วนช่องทางการติดตามซึงกิโดยตรงInstagram : Leeseunggi.officialInstagram: byhumanmadeYouTube : 이승기 Lee Seung Gi ที่มาภาพรูปที่ 1 Facebook : KOKO Connection Thailandรูปที่ 3 Facebook : KOKO Connection Thailandรูปที่ 2, 4-8 จาก Leelee Lifestyle ที่มาคลิป คลิป 1 YouTube : STARUPDATE Dotcomคลิปที่ 2 YouTube : master of entertainment คอมมูนิตี้โลกคนรักหนัง ห้องหวีดซีรีส์ดังออกใหม่มาแรง ป้ายยาหนังดีหนังโดน

พ่อแม่เศร้า ไร้ปาฏิหาริย์ ด.ญ.10ขวบ โดนพลุตกใส่หัว เสียชีวิตแล้ว ตร.เอาผิดคนจุดเพิ่ม
อ่าน

พ่อแม่เศร้า ไร้ปาฏิหาริย์ ด.ญ.10ขวบ โดนพลุตกใส่หัว เสียชีวิตแล้ว ตร.เอาผิดคนจุดเพิ่ม

วันที่ 14 เม.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีพลุตะไลงานศพ ตกลงมาใส่ศีรษะ ด.ญ.อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนอาจวิทยาคาร อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 29 มี.ค. 2564 ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุ ด.ญ.นอนพักรักษาตัวอยู่ที่รพ.มหาราชนครราชสีมา โดย เมื่อเวลา 19.45 น. วานนี้ ด.ญ.เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ ท่ามกลางความเสียใจของพ่อแม่และคนในครอบครัว โดยวันนี้ ครอบครัวจะเดินทางไปรับร่างด.ญ.เพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดหน้าพระธาตุ ต.ตะคุ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.ปักธงชัย เตรียมแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับชาย 2 คนที่เป็นผู้จุดพลุตะไลจากเดิม ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส เป็น ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต